ธุรกิจรายย่อยรัสเซียล้มระเนระนาด เมื่อสงครามยูเครนกินเวลานานและภาษีพุ่งไม่หยุด
ในเขตชานเมืองมอสโก ร้านค้าที่ปิดประตูและป้ายให้เช่าที่เรียงรายตามถนน สะท้อนให้เห็นภาพเศรษฐกิจรัสเซียที่กำลังส่งสัญญาณอันตราม ขณะที่รัฐบาลทุ่มงบมหาศาลกับสงครามในยูเครน ผู้ประกอบการรายย่อยกลับต้องแบกรับภาระจากเงินเฟ้อที่ไม่ยอมลด มาตรการภาษีใหม่ และผู้บริโภคที่รัดเข็มขัดแน่นขึ้นทุกวัน
เจ้าของร้านเภสัชกรรมชี้ธุรกิจใกล้ถึงทางตัน
เจ้าของร้านขายยาแห่งหนึ่งในเมืองมิติชชิ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงมอสโก ซึ่งดำเนินกิจการมานาน 12 ปี เปิดเผยกับสำนักข่าว AFP โดยขอไม่ระบุชื่อว่า ธุรกิจของตนกำลังอยู่ในภาวะสุดท้าย และกำลังคิดจะปิดกิจการถาวร พร้อมระบุว่านับตั้งแต่ปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเริ่มต้น เงินเฟ้อก็เริ่มกัดกินกำไรอย่างต่อเนื่อง
เศรษฐกิจสองชั้น อุตสาหกรรมสงครามได้เปรียบ ภาคพลเรือนตกขอบ
รัสเซียบันทึกการหดตัวทางเศรษฐกิจรายไตรมาสครั้งแรกในรอบ 3 ปี เมื่อต้นปี 2026 ขณะที่งบประมาณทางทหารพุ่งแตะราว 8% ของ GDP ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น อเล็กซานเดอร์ โคลยันดร์ นักวิเคราะห์เศรษฐกิจรัสเซียในกรุงลอนดอน อธิบายกับ AFP ว่าเศรษฐกิจรัสเซียแบ่งออกเป็นสองชั้นอย่างชัดเจน
"อุตสาหกรรมกลาโหมที่รัฐครอบงำยังทำได้ดี แต่ทุกอย่างนอกจากนั้นล้วนอยู่ในสภาพย่ำแย่"
โคลยันดร์ระบุว่าผู้ประกอบการและกลุ่มวิชาชีพที่ไม่ได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายด้านการทหารคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด และมีสถานะเปราะบางที่สุด
ภาษีพุ่ง กำลังซื้อหด เจ้าของร้านเลือกปิดกิจการ
จานนา เจ้าของร้านทำเล็บในมิติชชิ ต้องย้ายเข้าสตูดิโอร่วมกับผู้อื่นเพราะแบกค่าเช่าพื้นที่ส่วนตัวไม่ไหว ส่วน อาลินา เจ้าของร้านขายเนื้อวัย 49 ปี เปิดเผยว่าใบเรียกเก็บภาษีของตนพุ่งสูงขึ้นถึง 15 เท่าจากกฎระเบียบใหม่ที่เริ่มใช้ในปีนี้ โดยกล่าวว่า
"พวกเราทำงานมาตั้งแต่ปี 2015 จ่ายภาษีอย่างซื่อสัตย์ แต่ตอนนี้พวกเขากำลังจะทำลายเราให้สิ้นซาก"
การปรับขึ้น VAT และยกเลิกระบบภาษีอัตราต่ำสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่สุด ยิ่งซ้ำเติมวิกฤตที่ผู้ประกอบการรายย่อยกำลังเผชิญอยู่ให้หนักขึ้นไปอีก









