เอกนิติ ชี้ นายกฯ สั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ปมลดหย่อนภาษีเลี้ยงพ่อแม่

8 มิ.ย. 2569 - 12:03

  • คลังเร่งทบทวนเกณฑ์ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ หลังสังคมห่วงกระทบผู้สูงอายุ

  • ตั้งเป้าพิจารณาแล้วเสร็จภายใน ก.ค. 69 ก่อนเชื่อมสิทธิไทยช่วยไทย พลัส

  • ย้ำเป้าหมายคัดกรองผู้เดือดร้อนจริง ลดปัญหาสวมสิทธิและคนตกหล่น

เอกนิติ ชี้ นายกฯ สั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ปมลดหย่อนภาษีเลี้ยงพ่อแม่

ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากประชาชนเกี่ยวกับการคัดกรองผู้มีสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเฉพาะกรณีผู้สูงอายุบางรายอาจได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขที่เชื่อมโยงกับการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของบุตร แม้ในความเป็นจริงจะไม่ได้รับการดูแลด้านการเงินอย่างเพียงพอ ล่าสุดรัฐบาลสั่งเร่งทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้เดือดร้อนตัวจริง และสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี - อนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังทบทวนการใช้ข้อมูลสิทธิลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในเกณฑ์พิจารณาสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังมีข้อกังวลจากสังคมว่าอาจส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุบางกลุ่มที่แม้บุตรจะนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้มีการดูแลหรือส่งเสียเลี้ยงดูตามความเป็นจริง

เอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงการคลังได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยยืนยันว่าหัวใจสำคัญของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนและขาดโอกาสอย่างแท้จริง ไม่ใช่ผู้ที่มีฐานะเพียงพอแต่เข้ามาใช้สิทธิ์โดยไม่สมควร

ที่ผ่านมา บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ได้มีการเปิดทบทวนสิทธิ์ครั้งใหญ่มานานกว่า 4-5 ปี ส่งผลให้เกิดข้อร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับการตกหล่นของผู้มีรายได้น้อย รวมถึงกรณีผู้ที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงยังคงได้รับสิทธิ์ ขณะที่คนที่ควรได้รับการช่วยเหลือกลับเข้าไม่ถึงระบบสวัสดิการของรัฐ

ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 13.2 ล้านคน โดยรัฐบาลอยู่ระหว่างเปิดให้มีการทบทวนและสำรวจข้อมูลใหม่ ระหว่างวันที่ 4-21 มิถุนายน 2569 ผ่านความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทย เพื่อค้นหาผู้ที่เดือดร้อนจริง ผู้ที่อาจตกหล่นจากระบบ และคัดกรองผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมออกจากโครงการ

เอกนิติ ระบุว่า กรณีการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูบิดามารดา เป็นประเด็นที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับสะท้อนว่า ในบางกรณีบุตรนำชื่อพ่อแม่ไปใช้ลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้มีการดูแลจริง หากนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยตรง อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้สูงอายุที่ยังมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลังจึงได้รับมอบหมายให้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยจะเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุด และตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2569

สำหรับประเด็นการใช้ข้อมูลลดหย่อนภาษีที่เกิดขึ้นในปีภาษีก่อนหน้า เอกนิติ มองว่า การนำมาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ์ในปีนี้อาจไม่เหมาะสม เนื่องจากสิทธิ์ทางภาษีได้ถูกใช้ไปแล้ว และอาจส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับการดูแลจริง จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ขณะที่แนวทางในปีถัดไปจะต้องมีการทบทวนร่วมกันอีกครั้งเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ รัฐบาลย้ำว่าการทบทวนครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ แต่ต้องการให้สวัสดิการของรัฐเข้าถึงผู้ที่เดือดร้อนจริง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ไม่มีรายได้ ไม่มีผู้ดูแล และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากระบบสวัสดิการใดๆ

เอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุผลที่รัฐบาลเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้ที่หลุดจากระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะสามารถเข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ได้ ซึ่งจะได้รับสิทธิ์ตามระยะเวลาที่เหลือของโครงการ โดยคาดว่าจะสามารถใช้สิทธิ์ได้อีก 2 เดือน

ล่าสุด มีผู้ลงทะเบียนทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วเกือบ 10 ล้านราย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสำรวจและตรวจสอบข้อมูลเท่านั้น ยังไม่มีการตัดสิทธิ์ผู้ถือบัตรรายใด และการพิจารณาทุกขั้นตอนจะยึดหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และมุ่งให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์