ผู้ประกอบการค้าปลีกในเมืองตรัง สะท้อนตรงกันว่า กำลังซื้อประชาชนชะลอตัวชัดเจน จากผลกระทบราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ยอดขายห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นลดลงเฉลี่ย 10-20% โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแฟชั่นได้รับผลกระทบหนักสุด



จิระเกษม พิตรปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิริบรรณช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ จำกัด ระบุว่า ต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้บริโภคต้องกันเงินไว้ใช้จ่ายด้านพลังงาน ส่งผลให้ยอดขายทุกแผนกลดลง โดยเฉพาะเสื้อผ้าลดถึง 20% ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคลดลงราว 5-10%
“ช่วงเปิดภาคเรียนยิ่งซ้ำเติมกำลังซื้อ เนื่องจากผู้ปกครองต้องเตรียมค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ทำให้ยอดขายโดยรวมลดลงอีก ขณะที่แนวโน้มตลาดค้าปลีกในพื้นที่ มักซบเซาช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน และจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปี”
“รายได้หลักของคนตรังเรามาจากพืชเศรษฐกิจ คือยางพาราและปาล์มน้ำมัน รวมถึงการประมง หากราคาพืชผลด้านการเกษตรดี ก็จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น”

อย่างไรก็ตามในฐานะผู้ประกอบการ มองว่า การจัดกิจกรรมของภาครัฐ โดยเฉพาะการกระตุ้นท่องเที่ยว จะเป็นตัวแปรสำคัญในการดึงเม็ดเงินกลับสู่ท้องถิ่น โดยเทศกาลสำคัญ เช่น งานลากพระ หรือเทศกาลกินเจ ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายได้ดี


ด้าน บัณฑิต พิทยาพิศาลกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์รี่กรุ๊ป จำกัด ‘ผู้บริหารห้างซุปเปอร์เชียร์’ เปิดเผยว่า แม้ราคาน้ำมันจะกดดันต้นทุนและกำลังซื้อ แต่ยังรักษายอดขายได้ เพราะใช้กลยุทธ์จัดโปรโมชั่นต่อเนื่อง เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาซื้อ
“พบพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยจำนวนบิลลดลง แต่มูลค่าต่อบิลเพิ่มขึ้น สะท้อนการวางแผนซื้อแบบครั้งเดียวเพื่อลดค่าเดินทาง”


บัณฑิต ยังระบุอีกว่า น้ำมันเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจทั้งระบบ ตั้งแต่ขนส่งสินค้า การกระจายสินค้า ไปจนถึงทีมขาย ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระเพิ่ม
“ที่ผ่านมาโครงการให้เงินสดหมื่นบาท สินค้าที่จะขายได้ดีจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การให้เงินสด ก็เป็นดาบสองคม คือชาวบ้านไม่ได้วางแผนการใช้จ่าย จึงทำให้เงินที่ได้มา 10,000 บาทหมดไปอย่างรวดเร็ว ไม่เหมือนกับโครงการคนละครึ่ง ที่ประชาชนวางแผนในการใช้เงินและมีระเบียบวินัยยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการทั้งสองราย เห็นตรงกันว่า ราคาพืชเศรษฐกิจ เช่น ยางพาราและปาล์มน้ำมัน ยังเป็นตัวชี้วัดกำลังซื้อในพื้นที่ หากราคาดี เศรษฐกิจฐานรากจะฟื้นตาม ขณะเดียวกัน มาตรการรัฐ โดยเฉพาะโครงการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และผู้พิการ รวมถึงโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่าง “คนละครึ่ง” ถือว่ามีประสิทธิภาพ
เศรษฐกิจค้าปลีกท้องถิ่น กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและกำลังซื้อที่อ่อนตัว แต่ผู้ประกอบการยังปรับตัวผ่านกลยุทธ์โปรโมชันและการปรับพื้นที่บริการ พร้อมจับตาการฟื้นตัวในช่วงปลายปี และหวังพึ่งแรงหนุนจากมาตรการรัฐและภาคท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก






