ห้างท้องถิ่นตรังเผยยอดขายหด จากพิษน้ำมันแพง-เปิดเทอมกดกำลังซื้อ ชี้รัฐอัดมาตรการช่วยรากหญ้ากระตุ้นจับจ่ายได้

7 พ.ค. 2569 - 08:01

  • ยอดขายห้างท้องถิ่นลดลง 10-20% เสื้อผ้าหนักสุด สาเหตุน้ำมันแพง-เปิดเทอม กดกำลังซื้อ

  • ซูเปอร์มาร์เก็ตยัง “ทรงตัว” แต่ต้องอัดและปรับโปรโมชันทุกเดือน

  • ผู้ประกอบการหนุนรัฐเดินหน้า มาตรการช่วยกลุ่มเปราะบาง ต่อเนื่อง

ห้างท้องถิ่นตรังเผยยอดขายหด จากพิษน้ำมันแพง-เปิดเทอมกดกำลังซื้อ ชี้รัฐอัดมาตรการช่วยรากหญ้ากระตุ้นจับจ่ายได้

ผู้ประกอบการค้าปลีกในเมืองตรัง สะท้อนตรงกันว่า กำลังซื้อประชาชนชะลอตัวชัดเจน จากผลกระทบราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ยอดขายห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นลดลงเฉลี่ย 10-20% โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแฟชั่นได้รับผลกระทบหนักสุด

Retail-sales-in-Trang-province-suffer-as-high-fuel-prices-drag-down-sales-SPACEBAR-Photo04.jpg
Retail-sales-in-Trang-province-suffer-as-high-fuel-prices-drag-down-sales-SPACEBAR-Photo06.jpg
Retail-sales-in-Trang-province-suffer-as-high-fuel-prices-drag-down-sales-SPACEBAR-Photo11.jpg

จิระเกษม พิตรปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิริบรรณช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ จำกัด ระบุว่า ต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้บริโภคต้องกันเงินไว้ใช้จ่ายด้านพลังงาน ส่งผลให้ยอดขายทุกแผนกลดลง โดยเฉพาะเสื้อผ้าลดถึง 20% ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคลดลงราว 5-10%

“ช่วงเปิดภาคเรียนยิ่งซ้ำเติมกำลังซื้อ เนื่องจากผู้ปกครองต้องเตรียมค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ทำให้ยอดขายโดยรวมลดลงอีก ขณะที่แนวโน้มตลาดค้าปลีกในพื้นที่ มักซบเซาช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน และจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปี”

“รายได้หลักของคนตรังเรามาจากพืชเศรษฐกิจ คือยางพาราและปาล์มน้ำมัน รวมถึงการประมง หากราคาพืชผลด้านการเกษตรดี ก็จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น”

Retail-sales-in-Trang-province-suffer-as-high-fuel-prices-drag-down-sales-SPACEBAR-Photo09.jpg

 อย่างไรก็ตามในฐานะผู้ประกอบการ มองว่า การจัดกิจกรรมของภาครัฐ โดยเฉพาะการกระตุ้นท่องเที่ยว จะเป็นตัวแปรสำคัญในการดึงเม็ดเงินกลับสู่ท้องถิ่น โดยเทศกาลสำคัญ เช่น งานลากพระ หรือเทศกาลกินเจ ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายได้ดี

Retail-sales-in-Trang-province-suffer-as-high-fuel-prices-drag-down-sales-SPACEBAR-Photo08.jpg
Retail-sales-in-Trang-province-suffer-as-high-fuel-prices-drag-down-sales-SPACEBAR-Photo10.jpg

ด้าน บัณฑิต พิทยาพิศาลกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์รี่กรุ๊ป จำกัด ‘ผู้บริหารห้างซุปเปอร์เชียร์’ เปิดเผยว่า แม้ราคาน้ำมันจะกดดันต้นทุนและกำลังซื้อ แต่ยังรักษายอดขายได้ เพราะใช้กลยุทธ์จัดโปรโมชั่นต่อเนื่อง เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาซื้อ

“พบพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยจำนวนบิลลดลง แต่มูลค่าต่อบิลเพิ่มขึ้น สะท้อนการวางแผนซื้อแบบครั้งเดียวเพื่อลดค่าเดินทาง”

Retail-sales-in-Trang-province-suffer-as-high-fuel-prices-drag-down-sales-SPACEBAR-Photo01.jpg
Retail-sales-in-Trang-province-suffer-as-high-fuel-prices-drag-down-sales-SPACEBAR-Photo12.jpg

บัณฑิต ยังระบุอีกว่า น้ำมันเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจทั้งระบบ ตั้งแต่ขนส่งสินค้า การกระจายสินค้า ไปจนถึงทีมขาย ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระเพิ่ม

“ที่ผ่านมาโครงการให้เงินสดหมื่นบาท สินค้าที่จะขายได้ดีจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การให้เงินสด ก็เป็นดาบสองคม คือชาวบ้านไม่ได้วางแผนการใช้จ่าย จึงทำให้เงินที่ได้มา 10,000 บาทหมดไปอย่างรวดเร็ว ไม่เหมือนกับโครงการคนละครึ่ง ที่ประชาชนวางแผนในการใช้เงินและมีระเบียบวินัยยิ่งขึ้น” 

Retail-sales-in-Trang-province-suffer-as-high-fuel-prices-drag-down-sales-SPACEBAR-Photo02.jpg

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการทั้งสองราย เห็นตรงกันว่า ราคาพืชเศรษฐกิจ เช่น ยางพาราและปาล์มน้ำมัน ยังเป็นตัวชี้วัดกำลังซื้อในพื้นที่ หากราคาดี เศรษฐกิจฐานรากจะฟื้นตาม ขณะเดียวกัน มาตรการรัฐ โดยเฉพาะโครงการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และผู้พิการ รวมถึงโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่าง “คนละครึ่ง” ถือว่ามีประสิทธิภาพ

เศรษฐกิจค้าปลีกท้องถิ่น กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและกำลังซื้อที่อ่อนตัว แต่ผู้ประกอบการยังปรับตัวผ่านกลยุทธ์โปรโมชันและการปรับพื้นที่บริการ พร้อมจับตาการฟื้นตัวในช่วงปลายปี และหวังพึ่งแรงหนุนจากมาตรการรัฐและภาคท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

Retail-sales-in-Trang-province-suffer-as-high-fuel-prices-drag-down-sales-SPACEBAR-Photo03.jpg
Retail-sales-in-Trang-province-suffer-as-high-fuel-prices-drag-down-sales-SPACEBAR-Photo05-1.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์