เรื่องไม่จริงซ้ำซาก ห้าม“เฟซบุ๊ก”ใช้ข้อมูล
แชร์โพสต์ประกาศสิทธิ์ห้าม Facebook ใช้ข้อมูล แท้จริงแล้วไม่มีผลทางกฎหมาย กลายเป็นไวรัลที่กลับมาสร้างความสับสนอีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ สำหรับข้อความประกาศ "คัดค้าน" หรือ "ไม่ยินยอม" ให้ Facebook (Meta) นำข้อมูลส่วนตัว รูปภาพ หรือข้อความไปใช้ประโยชน์ ซึ่งผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายคนต่างพากันคัดลอกและโพสต์ลงบนหน้าโปรไฟล์ของตนเองด้วยความกังวล
มหากาพย์ข่าวปลอม 14 ปีที่ไม่เคยตาย
จากการตรวจสอบพบว่า ข้อความในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็น "ข่าวลวง (Hoax)" ที่แพร่ระบาดมาอย่างยาวนาน โดยมีไทม์ไลน์ที่น่าสนใจดังนี้
จุดเริ่มต้น (ปี 2012) ปรากฏครั้งแรกช่วง Facebook เข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) โดยอ้างว่าข้อมูลจะกลายเป็นสาธารณะหากไม่โพสต์ประกาศสิทธิ์ ปี 2015 - 2024 ข้อความถูกดัดแปลงไปตามสถานการณ์ เช่น อ้างกฎหมาย UCC ของสหรัฐฯ หรือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เวอร์ชันล่าสุด (ปี 2026) มีการปรับปรุงเนื้อหาให้ดูทันสมัย โดยนำคำว่า "Meta" มาใช้ และอ้างเรื่องการนำข้อมูลไป "ฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI)" เพื่อกระตุ้นความกลัวให้คนแชร์ต่อ
การโพสต์ข้อความบนสเตตัส ไม่มีผลทางกฎหมายใดๆ ในการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงการใช้งาน (Terms of Service) ที่เรากดยอมรับไปตั้งแต่ตอนสมัครบัญชีผู้ใช้
วิธีป้องกันของจริง ตั้งค่าผ่าน Privacy Center
หากมีความกังวลเรื่องการนำข้อมูลไปเทรน AI ของ Meta อย่างจริงจัง การโพสต์ข้อความหน้าวอลล์ไม่ช่วยอะไร แต่คุณสามารถทำได้ผ่านช่องทางที่เป็นทางการ ดังนี้
1. เข้าไปที่หน้า การตั้งค่า (Settings) ของ Facebook หรือ Instagram
2. ไปที่ ศูนย์ความเป็นส่วนตัว (Privacy Center)
3. มองหาหัวข้อ "AI ที่ Meta" (AI at Meta) หรือ "Generative AI"
4. เลือกเมนู "คัดค้านการนำข้อมูลไปใช้" (Object to your information being used for AI)
5. กรอกรายละเอียดและเหตุผลตามขั้นตอนที่ระบบกำหนด เพื่อส่งคำร้องคัดค้านอย่างเป็นทางการ
เช็กก่อนเชื่อ เลิกแชร์สิ่งที่ไม่มีผลจริง
ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์แนะว่า นอกจากเรื่อง AI แล้ว สิ่งที่น่ากังวลกว่าในปัจจุบันคือสถานการณ์ความขัดแย้งระดับโลก เช่น ความตึงเครียดในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและราคาพลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดมากกว่าข่าวลือบนโลกโซเชียล
ดังนั้น ก่อนจะกดคัดลอกหรือแชร์ข้อความใดๆ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาให้แน่ชัด เพราะนอกจากจะช่วยลดความตื่นตระหนกแล้ว ยังช่วยให้หน้าฟีดของคุณไม่เต็มไปด้วยข้อมูลที่บิดเบือนอีกด้วย
ที่มา: สรุปประวัติข่าวลือ Facebook Hoax (2012-2026) และแนวทางการตั้งค่าสิทธิ์ Meta AI




