ปตท.สผ. เคาะ FID โครงการใหม่มาเลเซีย เสริมฐานพลังงานระยะยาว

10 ก.พ. 2569 - 12:13

  • ปตท.สผ. เริ่มพัฒนาแหล่งซีรุง–เชนด้า หลังค้นพบปิโตรเลียม

  • ตั้งเป้าผลิตปี 2571 กำลังผลิต 15,000 บาร์เรลต่อวัน

  • ชู Zero Routine Flare ลดปล่อยคาร์บอน เพิ่มประสิทธิภาพ

ปตท.สผ. เคาะ FID โครงการใหม่มาเลเซีย เสริมฐานพลังงานระยะยาว

ปตท.สผ. เคาะลงทุนโครงการใหม่ในมาเลเซีย
เดินหน้าพัฒนาแหล่งปิโตรเลียม เสริมการเติบโตระยะยาว

ปตท.สผ. ประกาศตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision: FID) ในโครงการมาเลเซีย เอสเค 405 บี นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายการลงทุนด้านพลังงานในต่างประเทศ และเสริมความแข็งแกร่งการเติบโตของบริษัทในระยะยาว

มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) เปิดเผยว่า บริษัท พีทีทีอีพี ซาราวัก ออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในประเทศมาเลเซีย ได้ตัดสินใจลงทุนเพื่อพัฒนาแหล่งซีรุงและแหล่งเชนด้า ในโครงการมาเลเซีย เอสเค 405 บี นอกชายฝั่งประเทศมาเลเซีย หลังจากประสบความสำเร็จในการค้นพบปิโตรเลียมในพื้นที่ดังกล่าว

โครงการนี้ถือเป็น โครงการแรกของ ปตท.สผ. ในมาเลเซียที่เข้าสู่ระยะพัฒนา หลังการค้นพบปิโตรเลียม โดยมีแผนก่อสร้างแท่นผลิตกลาง (Central Processing Platform) จำนวน 1 แท่น และแท่นหลุมผลิต (Wellhead Platform) จำนวน 1 แท่น คาดว่าจะเริ่มผลิตน้ำมันดิบได้ในปี 2571 ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 15,000 บาร์เรลต่อวัน

ในด้านการดำเนินงาน โครงการเอสเค 405 บี ได้รับการออกแบบตามแนวคิดลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะไม่มีการเผาก๊าซส่วนเกินจากกระบวนการผลิตปิโตรเลียม (Zero Routine Flare) พร้อมนำระบบควบคุมการปฏิบัติการนอกชายฝั่งจากระยะไกลมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นายมนตรี ระบุว่า มาเลเซียเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุนของ ปตท.สผ. การพัฒนาแหล่งซีรุงและแหล่งเชนด้าถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการต่อยอดพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมอื่นๆ ในประเทศมาเลเซียในอนาคต ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงทางธุรกิจ รองรับการเติบโตระยะยาวของบริษัท ควบคู่กับการสนับสนุนภาคพลังงานของประเทศมาเลเซีย โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโครงสร้างการลงทุนในโครงการมาเลเซีย เอสเค 405 บี บริษัท พีทีทีอีพี ซาราวัก ออยล์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการโครงการ ถือสัดส่วนร้อยละ 49.5 ขณะที่ บริษัท ปิโตรนาส ชาริกาลี จำกัด ถือร้อยละ 25 และบริษัท มิตซุย เอนเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ถือร้อยละ 25.5

ปัจจุบัน ปตท.สผ. มีการลงทุนในประเทศมาเลเซียมากกว่า 10 โครงการ ครอบคลุมทั้งโครงการที่อยู่ในระยะการผลิต การพัฒนา และการสำรวจ สะท้อนบทบาทของมาเลเซียในฐานะฐานการลงทุนด้านพลังงานที่สำคัญของบริษัทในภูมิภาค

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์