ปตท. เดินหน้าฝ่าวิกฤตน้ำมัน-สงครามตะวันออกกลาง

21 พ.ค. 2569 - 17:03

  • ปตท. เดินหน้าช่วยไทยฝ่าวิกฤตพลังงานโลก

  • เดินเครื่องโรงกลั่นเกิน 100% รับมือวิกฤตน้ำมันตะวันออกกลาง

  • เร่งธุรกิจ LNG-CCS-AI ดันองค์กรสู่พลังงานโลกยุคใหม่

ปตท. เดินหน้าฝ่าวิกฤตน้ำมัน-สงครามตะวันออกกลาง

การบริหารวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง กลายเป็นบททดสอบสำคัญของธุรกิจพลังงานทั่วโลก หลังราคาน้ำมันและต้นทุนจัดหาพลังงานผันผวนรุนแรงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. ยังสามารถรักษาเสถียรภาพการดำเนินธุรกิจ และประคองผลกำไรให้อยู่ในระดับเติบโตได้ จากการบริหารเครือข่ายพลังงาน การจัดหาวัตถุดิบ และการบริหารสภาพคล่องเชิงรุกตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ล่าสุด ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,423 ล้านบาท หรือ 10.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถในการรับมือความผันผวนของตลาดพลังงานโลก และการรักษาความมั่นคงพลังงานของประเทศควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ

ptt-q1-2026-profit-middleeast-energy-crisis-SPACEBAR-Photo01-1.jpg

ปตท. ระบุว่า ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลต่อระบบพลังงานโลกโดยตรงแต่กลุ่ม ปตท. สามารถปรับแผนจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นทดแทนได้อย่างรวดเร็ว จากเครือข่ายธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่มีสำนักงานกระจายอยู่ทั่วโลก ขณะเดียวกัน โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ที่ลงทุนล่วงหน้ากว่า 111,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยังช่วยเพิ่มความเสถียรของเครื่องจักรและความยืดหยุ่นในการรองรับน้ำมันดิบจากหลายแหล่งผลิต

ในช่วงวิกฤต กลุ่ม ปตท. ได้จัดตั้งศูนย์บริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ PTT Incident Command System (PTT ICS) เพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิด โดยตลอดช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา โรงกลั่นในกลุ่มเดินเครื่องเต็มกำลังมากกว่า 100% ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการผลิตน้ำมันและปิโตรเคมีให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย

สำหรับธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ปตท. ได้ปรับแผนจัดหา Spot LNG จากประเทศนอกตะวันออกกลาง ตามนโยบายภาครัฐ พร้อมเลื่อนแผนซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 เพื่อให้ทุกหน่วยเดินเครื่องเต็มกำลัง รองรับการส่งก๊าซให้โรงไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม และการผลิต LPG เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง

ptt-q1-2026-profit-middleeast-energy-crisis-SPACEBAR-Photo05.jpg

ด้านการเงิน ปตท. ต้องบริหารสภาพคล่องเพิ่มเติมถึง 230,000 ล้านบาท เพื่อรองรับต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ประกอบด้วยภาระ Margin Call สำหรับจัดซื้อน้ำมันดิบ เงินทุนหมุนเวียนในการจัดหาน้ำมันและก๊าซ รวมถึงเงินค้างชำระจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นกว่า 600 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 7,000 ล้านบาทต่อปี

นอกจากการบริหารวิกฤตระยะสั้นแล้ว ปตท. ยังเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากธุรกิจ Hydrocarbon ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก โดย บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เร่งสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อเสริมความมั่นคงพลังงานของไทย และขยายการลงทุนในต่างประเทศตามแผน

ขณะที่ธุรกิจ LNG ปตท. เดินหน้าขยาย Portfolio การค้าก๊าซธรรมชาติเหลว เพื่อก้าวสู่การเป็น Global LNG Player โดยตั้งเป้าปริมาณการค้ารวม 10 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573 และเพิ่มเป็น 15 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2578

ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ปตท. ในฐานะผู้ถือหุ้นของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC สนับสนุนความร่วมมือระหว่าง GC และ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ เพื่อสร้าง Synergy และยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยตามยุทธศาสตร์ National Champion

ด้านความยั่งยืน ปตท. ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี Dow Jones Best-in-Class Indexต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 สะท้อนมาตรฐานการดำเนินธุรกิจระดับสากล ทั้งในมิติธรรมาภิบาล สิ่งแวดล้อม และสังคม

ptt-q1-2026-profit-middleeast-energy-crisis-SPACEBAR-Photo04-1.jpg

พร้อมกันนี้ กลุ่ม ปตท. ยังเร่งขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ผ่านโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) โดย PTTEP เป็นผู้นำร่องพัฒนาโครงการ CCS ในแหล่งก๊าซอาทิตย์อ่าวไทย ตั้งเป้าเริ่มกระบวนการเก็บกักคาร์บอนในปี 2571 รวมถึงมีพื้นที่ปลูกป่าใหม่สะสมกว่า 146,000 ไร่ ในช่วงปี 2566-2569

อีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญของผลประกอบการไตรมาสแรก มาจากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพภายในทั้งกลุ่ม ปตท. หรือ Profit Enhancement Initiatives ซึ่งสร้างผลบวกต่อกำไรกว่า 3,000 ล้านบาท ผ่านโครงการต่างๆ ตามแผน ได้แก่ โครงการ MissionX พร้อมทั้งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ภายใต้โครงการ AXIS การบริหารสินทรัพย์ ผ่านโครงการ Asset Monetization (A1) -การเชื่อมโยง Supply Chain ผ่านโครงการ P1 และ D1 และการบริหารสภาพคล่องทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพผ่านโครงการ Financial Excellence (F1)

ในด้านผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ “จ่ายเงินปันผลรวม 2.30 บาทต่อหุ้น” แบ่งเป็นเงินปันผลจากผลประกอบการประจำปี 2.10 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นการจ่ายปันผลพิเศษครั้งแรก พร้อมรักษาอันดับความน่าเชื่อถือระดับ BBB+ สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและความพร้อมรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

ปตท. ระบุว่า บริษัทยังคงยึดวิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งดูแลความมั่นคงพลังงานของประเทศ ควบคู่การดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ภายใต้หลักธรรมาภิบาล และสร้างการเติบโตระยะยาวอย่างสมดุลในทุกมิติ

ptt-q1-2026-profit-middleeast-energy-crisis-SPACEBAR-Photo03-2.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์