ไทยบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติทั้งระบบ รับวิกฤตพลังงานโลก

26 พ.ค. 2569 - 13:50

  • พลังงานโลก กดดันความมั่นคงด้านพลังงาน

  • ก๊าซธรรมชาติและ LNG พลังงานหลักที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของไทย

  • การบริหารจัดการอย่างครบวงจร ต้องให้ความสำคัญกับการเพิ่มความหลากหลายของแหล่งนำเข้า

ไทยบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติทั้งระบบ รับวิกฤตพลังงานโลก

ท่ามกลางความผันผวนของพลังงานโลก ก๊าซธรรมชาติและ LNG กลายเป็นแกนหลักที่ขับเคลื่อนทั้งไฟฟ้า อุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ภาคขนส่ง และครัวเรือน การบริหารจัดการอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จึงมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ

วิกฤตพลังงานโลกและความผันผวนจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง กำลังทำให้ ‘ความมั่นคงด้านพลังงาน’ กลายเป็นโจทย์สำคัญของไทย โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของประเทศ ทั้งในภาคผลิตไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ภาคขนส่ง และครัวเรือน ท่ามกลางความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

หนึ่งในหัวใจสำคัญของระบบพลังงานไทย คือ LNG หรือก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งถือเป็น ‘หนึ่งในรากฐานของระบบไฟฟ้าและอุตสาหกรรม’ เพราะเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การกระจายแหล่งนำเข้า LNG จากหลายภูมิภาคทั่วโลก จึงมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป และช่วยรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานในช่วงที่ตลาดโลกผันผวน

ขณะเดียวกัน การใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็เป็นอีกกลไกสำคัญ ผ่านการบริหารจัดการ ‘โรงแยกก๊าซธรรมชาติ’ ที่ทำหน้าที่คัดแยกสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เช่น ก๊าซมีเทน อีเทน โพรเพน และบิวเทน ให้สามารถเดินเครื่องได้อย่างเต็มกำลัง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างครบวงจร ทั้งผลิตเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้า ผลิต LPG สำหรับครัวเรือนและขนส่ง ตลอดจนใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ เสื้อผ้า ชิ้นส่วนรถยนต์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการพึ่งพาทรัพยากรของประเทศ และลดการสูญเสียโอกาสจากการนำก๊าซธรรมชาติดิบจากอ่าวไทยไปเผาเป็นเชื้อเพลิงโดยตรง(Bypass Gas)

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า การนำก๊าซธรรมชาติไปเผาเพื่อผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด เปรียบได้กับ ‘การเอาไม้สักไปทำฟืน’ เพราะก๊าซธรรมชาติยังสามารถต่อยอดเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ในชีวิตในประจำวันได้หลากหลาย

อีกด้านหนึ่ง LPG หรือก๊าซหุงต้ม ยังคงเป็น ‘พลังงานพื้นฐานของครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม’ ทั้งการใช้ในครัวเรือน ร้านอาหาร ภาคขนส่ง และโรงงานอุตสาหกรรม การเดินเครื่องโรงแยกก๊าซธรรมชาติได้เต็มกำลัง จึงมีส่วนสำคัญในการเพิ่มการผลิต LPG เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง รองรับความต้องการใช้ภายในประเทศเป็นลำดับแรก หรือ Domestic First พร้อมสนับสนุนภาคปิโตรเคมีให้สามารถดำเนินการผลิตได้ต่อเนื่อง ลดการพึ่งพาการนำเข้าเม็ดพลาสติกจากต่างประเทศ และช่วยรักษาความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

ท่ามกลางสถานการณ์พลังงานโลกที่ยังเปราะบาง การบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของพลังงาน แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับต้นทุนเศรษฐกิจ ความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งประเทศ โดยมี ปตท. ทำหน้าที่สำคัญในการบริหารจัดการระบบก๊าซธรรมชาติของไทย เพื่อส่งมอบก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอต่อความต้องการของทุกภาคส่วนในช่วงวิกฤตพลังงานโลกที่ผ่านมา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์