ท่ามกลางภาวะคาราคาซังที่ประธาน กสทช. ยังคงไม่ยอมรับคำสั่งทางปกครองและไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้การประชุม กสทช. วันนี้ (3 กันยายน2569) ไม่สามารถประชุมได้ เป็นครั้งที่ 8 จึงมุมมองทางออกเชิงเทคนิคกฎหมายจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีตกรรมการ กสทช. ได้เสนอทางแก้ปัญหาเพื่อผ่าทางตันและยุตินิยายเรื่องยาวนี้อย่างเป็นรูปธรรม
นพ.ประวิทย์ เสนอแนวทางว่า เพื่อให้ปัญหานี้ได้ข้อยุติที่เด็ดขาดและเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรม "ผู้ที่ได้รับผลกระทบ" จากการปฏิบัติหน้าที่หรือจากคำสั่งทางปกครองดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นกรรมการ กสทช., ผู้ประกอบการ หรือผู้เสียประโยชน์ในอุตสาหกรรม สามารถยื่นคำร้อง "ร้องสอด" (Intervention) เข้าไปเป็นคู่ความแทรกในคดีคำร้องของ ศ.คลินิก สรณ ที่กำลังพิจารณาอยู่ในศาลปกครองได้
การใช้สิทธิตามกฎหมายด้วยการ "ร้องสอด" เข้าไปในคดี จะช่วยให้ศาลปกครองได้รับข้อมูล ผลกระทบ และข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยเร่งรัดให้ศาลฯ มีคำวินิจฉัยหรือคำสั่งชี้ขาดเกี่ยวกับสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของ ศ.คลินิก สรณ ได้อย่างรวดเร็วและเป็นข้อยุติที่ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตาม เพื่อจบปัญหาความซ้ำซ้อนและคืนความโปร่งใสให้แก่ กสทช. โดยเร็วที่สุด
การขับเคลื่อนองค์กรอิสระอย่าง กสทช. ที่กำกับดูแลมูลค่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและสื่อหลายแสนล้านบาท ไม่อาจดำเนินไปบนความคลุมเครือทางกฎหมายและการไม่ยอมรับหลักนิติธรรมได้ การเปิดทางให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่น "ร้องสอด" ในชั้นศาลปกครอง ควบคู่ไปกับการจัดประชุมบอร์ด กสทช. ด้วยกรรมการ 6 คนที่เหลืออยู่ จึงอาจเป็นทางออกเดียวในเวลานี้ที่จะช่วยผ่าทางตัน หยุดยั้งความเสียหายต่อองค์กร และคืนความมั่นใจให้กับอุตสาหกรรมสื่อสารของประเทศไทยอย่างแท้จริง




