นายกฯ ออกมาตรการป้องกันน้ำมันขาดแคลน
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่ง ณ วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569 มีเนื้อหาดังนี้
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ทวีความตึงเครียดและนำไปสู่การตอบโต้อย่างรุนแรงโดยการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญหลายแห่งในตะวันออกกลาง ตลอดจนการยกระดับการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุปทานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทย อีกทั้งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะยุติเมื่อใด
เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 นายกรัฐมนตรีจึงออกคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้
ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงระงับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง น้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่ น้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์/น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิด เจท เอ 1 และก๊าซปิโตรเลียมเหลว
คำสั่งนี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่การส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงในกรณี การส่งออกไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อส่งออกที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะและคุณภาพไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานว่าด้วยการกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งไม่สามารถจำหน่ายในราชอาณาจักรได้
ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ 2 (1) ที่ผลิตในราชอาณาจักร ในอัตราร้อยละ 1.5 ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569 และในอัตราร้อยละ 3 ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
การคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง การขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ การมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
กรณีที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 แสดงหลักฐานเป็นหนังสืออันฟังได้ว่ามีพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ไม่อาจสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามอัตราที่กำหนดได้ หรือการสำรองนั้นจะทำให้ผู้ค้าน้ำมัน ต้องได้รับความเสียหายเกินสมควร ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีอำนาจออกคำสั่งผ่อนผันเป็นการชั่วคราวมิให้ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือให้ลดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองได้ตามระยะเวลาที่เห็นสมควร ในการนี้ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะกำหนดเงื่อนไขในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้




