ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม โจทย์ท้าทาย ต้นทุนแฝง ความโปร่งใส

8 เม.ย. 2569 - 14:34

  • ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเป็นต้นทุนแฝงที่ธุรกิจบริหารได้ยาก เนื่องจากแพลตฟอร์มอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

  • ปัญหาหน้างานที่พบคือ การเรียกเก็บค่าโฆษณาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือการหักค่าธรรมเนียมที่ซับซ้อน

  • เอ็ตด้าพยายามทำคู่มือเพื่อให้เกิดความโปร่งใส การคิดค่าธรรมเนียมของบริการแพลตฟอร์ม

ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม โจทย์ท้าทาย ต้นทุนแฝง ความโปร่งใส

ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ท้าทาย ต้นทุนแฝง ความโปร่งใส

ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ปูทางเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่! เปิด "คู่มือค่าธรรมเนียม" แก้โจทย์ต้นทุนแฝง–ยกระดับความโปร่งใส

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ETDA ร่วมกับพันธมิตร เคลียร์ปมร้อน "ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม" หลังผู้ประกอบการโอดต้นทุนไม่ชัดเจน-เงื่อนไขเปลี่ยนบ่อย เร่งดันคู่มือมาตรฐานใหม่ (Best Practice) สร้างสมดุลค้าออนไลน์ เน้นความโปร่งใสและเป็นธรรม ชี้รัฐไม่คุมราคาแต่ต้องอธิบายได้

โจทย์ใหญ่ต้นทุนผันผวน กำไรที่มองไม่เห็น

พลอย เจริญสม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบันคือ ผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ต้องเผชิญกับ "ต้นทุนที่คาดการณ์ไม่ได้" เนื่องจากแพลตฟอร์มมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขบ่อยครั้งและมีต้นทุนแฝงที่ไม่ชัดเจน

" ปัญหาหน้างานที่พบคือ  การเรียกเก็บค่าโฆษณาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือการหักค่าธรรมเนียมที่ซับซ้อนจนผู้ขายคำนวณกำไรที่แท้จริงไม่ได้ สิ่งนี้ไม่ได้กระทบแค่คนขาย แต่สุดท้ายภาระจะถูกผลักไปที่ผู้บริโภค"

เปิดคู่มือ "โปร่งใส-เป็นธรรม" 2 เสาหลักสร้างสมดุล

เพื่อแก้ปัญหา ETDA ได้ออกประกาศ "คู่มือการดูแลเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมในการคิดค่าธรรมเนียมของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล" ซึ่งเป็นแนวทางแบบสมัครใจ (Best Practice) โดยมีหัวใจสำคัญคือ

ความโปร่งใส แพลตฟอร์มต้องรวมค่าธรรมเนียมไว้ในที่เดียว 

ที่มาที่ไป มีตัวอย่างการคำนวณ และที่สำคัญคือ ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงส่วนความเป็นธรรม โฟกัสที่ค่าธรรมเนียมต้องไม่ซ้ำซ้อน สอดคล้องกับต้นทุนจริง ไม่บังคับซื้อบริการเสริมโดยไม่จำเป็น และต้องสร้างสถานการณ์ที่ทุกฝ่าย "เห็นข้อมูลเดียวกัน" เพื่อการตัดสินใจ

มุมมองหน่วยงานรัฐ เน้นการแข่งขัน ไม่เน้นคุมราคา

กขค. (สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า) มองว่า ภาครัฐไม่มีนโยบายกำหนดเพดานราคาเพราะจะเสียกลไกตลาด แต่ต้องเฝ้าระวังการตั้งราคาที่สูงเกินควรหรือการดัมพ์ราคาเพื่อฆ่าคู่แข่ง หากแพลตฟอร์มอธิบายโครงสร้างราคาได้ชัดเจน จะช่วยลดข้อพิพาทและไม่ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวด

สสว. (สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม): เผยผลสำรวจพบ SMEs ไทยเจอศึกหนักจาก "ต้นทุนแฝง" เช่น ค่า Affiliate และค่าบริการทางการเงิน จนเกิดสภาวะ "ขายดีแต่ไม่รู้กำไร" การมีคู่มือฉบับนี้จะช่วยให้รายย่อยวางแผนธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

หนทางสู่เศรษฐกิจดิจิทัลไทยที่ยั่งยืน ?

จากการพูดคุยชองหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สะท้อนตรงกันว่า ปัญหาค่าธรรมเนียมไม่ใช่แค่เรื่องของ "ตัวเลข" แต่เป็นเรื่องของ "ความไว้วางใจ" โดยมี ETDA เป็นตัวกลางในการสร้างจุดร่วมระหว่างผู้กำกับดูแลและภาคเอกชน เพื่อให้ระบบนิเวศดิจิทัลไทยเติบโตอย่างมั่นคง

การจัดเก็บค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (Platform Fees) เป็นประเด็นคลาสสิกที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อแพลตฟอร์มมีลักษณะเป็น "Gatekeeper" หรือผู้คุมประตูการค้า วันนี้ผมรวบรวม 3 กรณีศึกษาจากต่างประเทศมาวิเคราะห์

กรณี Apple vs Epic Games (สหรัฐอเมริกา) เหตุการณ์ Epic Games (ผู้พัฒนาเกม Fortnite) ท้าทายระบบการเก็บค่าธรรมเนียม 30% ของ Apple โดยแอบใส่ระบบชำระเงินของตัวเองเข้าไปเพื่อเลี่ยงค่าตงฉิน จนถูก Apple ถอดออกจาก App Store นำไปสู่การฟ้องร้องครั้งใหญ่  ผลลัพธ์  ศาลตัดสินว่า Apple ไม่ได้เป็นผู้ผูกขาด แต่สั่งให้ Apple "ห้ามขัดขวาง" (Anti-steering) ไม่ให้ผู้พัฒนาแอปฯ บอกช่องทางการชำระเงินอื่นนอกเหนือจากระบบของ Apple กรณีนี้สะท้อนว่า "สิทธิในการเลือก" ของผู้ใช้เป็นเรื่องสำคัญ แม้ Apple จะยังเก็บค่าธรรมเนียมได้ แต่ต้องแลกมาด้วยความโปร่งใสที่ผู้ซื้อต้องรู้ว่ามีทางเลือกที่ถูกกว่า

กรณีกฎหมาย Digital Markets Act - DMA (สหภาพยุโรป) เหตุการณ์ EU ออกกฎหมายใหม่เพื่อคุมเข้มกลุ่ม Big Tech โดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดในการกำหนดค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรมผลลัพธ์  แพลตฟอร์มใหญ่ต้องยอมให้มีการติดตั้งแอปฯ จากแหล่งอื่น (Sideloading) และยอมให้ใช้ระบบชำระเงินภายนอกได้โดยสะดวก หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกปรับมหาศาล (สูงสุด 10% ของรายได้ทั่วโลก) การวิเคราะห์ EU ใช้มาตรการ "บังคับล่วงหน้า" (Ex-ante Regulation) คือไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาแล้วฟ้อง แต่กำหนด "สิ่งที่ต้องทำ" ไว้เลย เน้นสร้างความสมดุลระหว่างเจ้าตลาดกับรายย่อย (SMEs)

กรณี Google Play Store (อินเดีย และ เกาหลีใต้) ในอินเดียและเกาหลีใต้ หน่วยงานกำกับดูแลมองว่าการบังคับใช้ระบบชำระเงินของ Google เพียงอย่างเดียว (และเก็บค่าธรรมเนียม 15-30%) เป็นการใช้อำนาจในทางมิชอบผลลัพธ์  เกาหลีใต้เป็นประเทศแรกที่ออกกฎหมายบังคับให้แพลตฟอร์มต้องเปิดทางให้ระบบชำระเงินที่สาม (Third-party Payment) ขณะที่อินเดียสั่งปรับ Google และบังคับให้ลดค่าธรรมเนียมสำหรับแอปฯ บางประเภท

เทรนด์โลกกำลังเคลื่อนไปสู่การ "ลดเพดานค่าธรรมเนียม" และการทำลายกำแพงการผูกขาดระบบชำระเงิน เพื่อให้เม็ดเงินกระจายไปสู่ผู้ผลิต Content หรือผู้ขายตัวจริงมากขึ้น

มุมมองวิเคราะห์ ไทยเลือกใช้แนวทาง "Soft Power" ผ่านคู่มือของ ETDA ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงกว่าการออกกฎหมายบังคับทันที เหมาะกับบริบทที่แพลตฟอร์มไทยกำลังเติบโต โดยเน้นไปที่การแก้ปัญหา "ความไม่รู้" (Information Asymmetry) คือให้แพลตฟอร์มต้องโชว์ตัวเลขให้ชัดเจนก่อน

หากในอนาคตการ "ขอความร่วมมือ" ไม่ได้ผล ไทยอาจจะต้องศึกษาโมเดลจาก EU หรือเกาหลีใต้ มาปรับใช้ในเชิงกฎหมายเพื่อคุ้มครอง SMEs อย่างจริงจังต่อไปครับ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์