พิรงรอง ยื่นคำขาด จัดประชุมตามม.20  ฝ่าฝืนเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

9 ก.ย. 2569 - 15:26

  • กรรมการ กสทช. ตั้งคำถาม กรณี รักษาการ เลขาธิการ ออกแถลงการณ์ชี้แจงแทนประธานกสทช.เป็นการกระทำเกินหน้าที่หรือไม่

  • พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 กำหนดหน้าที่ให้สำนักงาน กสทช. เป็นหน่วยงานธุรการเพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการ กสทช. ทั้งคณะ มิใช่เฉพาะตำแหน่งประธาน กสทช. เท่านั้น

  • การนัดประชุม กสทช. ต้องเริ่มจากการนัดประชุมตามมาตรา 20 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น

พิรงรอง ยื่นคำขาด จัดประชุมตามม.20  ฝ่าฝืนเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ส่งบันทึกข้อความด่วนที่สุดถึงเลขาธิการ กสทช.ย้ำ การนัดประชุม กสทช. ต้องเริ่มจากการนัดประชุมตามมาตรา 20 วรรคสามแห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น หากผู้ใดฝ่าฝืนก็อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ยุติการใช้ชื่อและทรัพยากรของสำนักงาน กสทช.เพื่อเป็นปากเสียงแทน ศ.คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์กรณีคณะกรรมการสรรหา กสทช.วินิจฉัยว่ามีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการฯ

ดร.พิรงรอง ได้ส่งบันทึกข้อความ “ด่วนที่สุด” ถึงเลขาธิการ กสทช. ตั้งคำถามการที่ ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการ กสทช. ในฐานะฝ่ายบริหารของสำนักงาน กสทช. ออกแถลงการณ์ชี้แจงแทนศ.คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในคดีความส่วนบุคคลซึ่งโต้แย้งกรณีคณะกรรมการสรรหากสทช.วินิจฉัยว่า ศ.คลินิกสรณฯ มีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการ กสทช. ถือเป็นการทำเกินหน้าที่หรือไม่ 

พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 กำหนดหน้าที่ให้สำนักงาน กสทช. เป็นหน่วยงานธุรการเพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการ กสทช. ทั้งคณะ มิใช่เฉพาะตำแหน่งประธาน กสทช. เท่านั้น

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งที่ 952/2569ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ชี้ว่า ภายหลังคณะกรรมการสรรหาฯ วินิจฉัยแล้ว ศ.คลินิกสรณ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และตามมาตรา20 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ระบุว่าให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ถือว่า กสทช.ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ แต่ทั้งนี้จะต้องมีจำนวนกรรมการไม่น้อยกว่าสี่คน โดยบทบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะด้านการประกอบกิจการ วิทยุโทรทัศน์ และกิจการคมนาคม เป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก

จึงขอให้สำนักงาน กสทช. เร่งจัดประชุมและอำนวยความสะดวกให้แก่คณะกรรมการ กสทช. 6 คนที่เหลืออยู่ตามบทบัญญัติของกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 กันยายน ศ.กิตติคุณดร.พิรงรองฯ ได้มีหนังสือด่วนที่สุดขอให้สำนักงาน กสทช. เร่งจัดการประชุมให้แก่คณะกรรมการ กสทช. 6 คนในวันที่ 4 หรือ 7 กันยายน หรือในเวลาที่กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่สะดวกตรงกัน อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน สำนักงาน กสทช. ยังไม่ได้มีการแจ้งนัดหมายเพื่อจัดให้มีการประชุม กสทช.ตามหนังสือดังกล่าว และไม่ได้มีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องว่าเหตุใดจึงไม่จัดให้มีการประชุม กสทช. ตามหนังสือดังกล่าวเช่นกัน ในขณะที่ปรากฏข่าวจากสื่อมวลชนว่า นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงว่าไม่สามารถดำเนินการจัดประชุมในวันที่ 4กันยายน 2569 ได้ เนื่องจากศาสตราจารย์คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ได้กำหนดนัดหมายการประชุมคณะกรรมการ กสทช. นัดถัดไปไว้แล้วในวันที่ 9 กันยายน 2569 

ขณะที่ ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงยืนยันและสนับสนุนในสถานภาพทางกฎหมายของศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ในฐานะประธาน กสทช. และศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

ต่อมา นายไตรรัตน์ ได้ทำบันทึกที่ สทช 2001/2613 ตอบกลับโดยอ้างระเบียบข้อบังคับการประชุม กสทช. ว่ากำหนดให้ต้องแจ้งนัดประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เว้นแต่ประธานจะเห็นสมควรให้นัดเร็วกว่านั้น และยืนยันว่า จะยึดปฏิทินการประชุมประจำเดือนกันยายนที่ได้แจ้งไว้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569  โดยการประชุมครั้งถัดไปกำหนดไว้ในวันที่ 9-10 กันยายน 2569  และหากกรรมการ กสทช. ประสงค์จะขอประชุมนัดพิเศษเพิ่มเติมขอให้ระบุวันเพื่อส่งเรื่องให้ “ประธาน กสทช.” พิจารณาตามระเบียบต่อไป 

ล่าสุด วันที่ 9 กันยายน 2569 ดร.พิรงรอง ได้มีบันทึกแจ้งกลับไปยังรักษาการเลขาธิการว่า การนัดประชุมที่สำนักงาน กสทช. กล่าวอ้างถึงนั้น เป็นการนัดประชุมโดยศ.คลินิกสรณ ซึ่งเป็นบุคคลผู้ที่ในคำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลประกอบการมีคำสั่งว่าไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ได้ต่อไป นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการกสทช. เป็นต้นไป จึงเป็นการกำหนดนัดประชุมโดยผู้ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ 

นับจากนี้ตามข้อกฎหมายแล้ว การนัดประชุม กสทช. ต้องเริ่มจากการนัดประชุมตามมาตรา 20 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น หากผู้ใดฝ่าฝืนก็อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการเพื่อตอบสนองการปฏิบัติภารกิจของ กสทช. ตามที่กฎหมายกำหนด โดยจัดประชุมและอำนวยความสะดวกในการประชุมให้แก่คณะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา  20 วรรคสาม ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยจัดประชุม กสทช. โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ภายในวันพุธที่ 16 กันยายน 2569

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์