เจาะเกราะ Pegasus  Zero-click ไม่ต้องกดลิงก์ก็ถูกสอดแนมได้

3 พ.ย. 2569 - 15:21

  • Pegasus สปายแวร์ระดับโลกใช้ช่องโหว่ Zero-click เจาะ iPhone ได้โดยไม่ต้องหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ มุ่งโจมตีบุคคลสำคัญ นักการเมือง และนักข่าว

  • เทคนิคโจมตีอาศัยช่องโหว่ในหน่วยความจำและซอฟต์แวร์ เปิดทางให้แฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว กล้อง ไมโครโฟน และข้อความสนทนา

  • Apple เพิ่มเกราะป้องกันทั้งการอัปเดต iOS และเทคโนโลยี Memory Integrity Enforcement ในอุปกรณ์รุ่นใหม่ พร้อม Lockdown Mode ลดช่องทางโจมตีสำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง

เจาะเกราะ Pegasus  Zero-click ไม่ต้องกดลิงก์ก็ถูกสอดแนมได้

ภัยไซเบอร์กำลังยกระดับจากการหลอกให้ผู้ใช้คลิกลิงก์ ไปสู่การโจมตีที่ไม่ต้องอาศัยปฏิสัมพันธ์จากเหยื่อ หรือที่เรียกว่า Zero-click Exploit ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคนิคสำคัญที่ถูกใช้ในการติดตั้งสปายแวร์ Pegasus บน iPhone โดยไม่จำเป็นต้องให้เจ้าของเครื่องกดเปิดไฟล์หรือคลิกลิงก์

Pegasus สปายแวร์ราคาแพง อาวุธไซเบอร์เจาะเป้าหมายเฉพาะ

ปริญญา หอมเอนก ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเอซิศ โปรเฟสชันนัล เซ็นเตอร์ จำกัด ถอดรหัส  Pegasus  ว่า Pegasus  เป็นสปายแวร์เชิงพาณิชย์ที่พัฒนาโดย NSO Group บริษัทเทคโนโลยีจากอิสราเอล มีลักษณะเป็นเครื่องมือสอดแนมที่ถูกออกแบบมาเพื่อเจาะอุปกรณ์ของบุคคลเป้าหมายโดยเฉพาะ ไม่ใช่มัลแวร์ทั่วไปที่แพร่กระจายเพื่อขโมยรหัสผ่านหรือเรียกค่าไถ่จากผู้ใช้จำนวนมาก

กลุ่มเป้าหมายที่เคยถูกเชื่อมโยงกับการใช้งาน Pegasus ได้แก่ นักการเมือง นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน นักข่าว เจ้าหน้าที่รัฐ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความมั่นคงในหลายประเทศ

ความแตกต่างสำคัญคือ Pegasus ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ แต่ต้องการสร้างช่องทางเฝ้าติดตามชีวิตของเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้อความสนทนา รายชื่อผู้ติดต่อ ข้อมูลการเดินทาง ตลอดจนการเข้าถึงฟังก์ชันกล้องและไมโครโฟนในบางกรณี ขึ้นอยู่กับช่องโหว่และสิทธิ์ที่สามารถยึดครองได้

Zero-click Exploit ไม่ต้องกดลิงก์ก็ถูกเจาะได้อย่างไร

ผู้ใช้มักเข้าใจว่าการถูกแฮกต้องเกิดจากการคลิกลิงก์ปลอม ดาวน์โหลดไฟล์อันตราย หรือกรอกรหัสผ่านลงในเว็บไซต์หลอกลวง แต่การโจมตีแบบ Zero-click แตกต่างออกไป เพราะแฮกเกอร์อาศัยช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการหรือแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง

ตัวอย่างเช่น ระบบรับส่งข้อความอาจต้องประมวลผลรูปภาพ ไฟล์แนบ หรือข้อมูลบางประเภทโดยอัตโนมัติ หากส่วนประมวลผลดังกล่าวมีช่องโหว่ ผู้โจมตีอาจส่งข้อมูลที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อกระตุ้นให้เกิดข้อผิดพลาดและนำไปสู่การรันโค้ดอันตรายได้ แม้ผู้รับจะไม่ได้เปิดอ่านข้อความก็ตาม

หนึ่งในเทคนิคที่เกี่ยวข้องคือ Buffer Overflow หรือการเขียนข้อมูลเกินขอบเขตพื้นที่หน่วยความจำที่โปรแกรมจัดสรรไว้ ทำให้ข้อมูลส่วนเกินเข้าไปกระทบพื้นที่อื่นในหน่วยความจำ และอาจเปิดทางให้ผู้โจมตีควบคุมการทำงานของโปรแกรมได้

อีกคำสำคัญคือ Zero-day Exploit ซึ่งหมายถึงการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่ผู้พัฒนายังไม่มีแพตช์แก้ไขหรือยังไม่สามารถป้องกันได้อย่างทันท่วงที

Zero-click และ Zero-day ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน โดย Zero-click อธิบายลักษณะการโจมตีที่ไม่ต้องอาศัยการกระทำของผู้ใช้ ส่วน Zero-day หมายถึงสถานะของช่องโหว่ที่ยังไม่มีการแก้ไข การโจมตีหนึ่งอาจใช้ทั้งสองเทคนิคร่วมกันได้

กรณี BLASTPASS ที่ Citizen Lab เปิดเผยในปี 2023 เป็นตัวอย่างของการโจมตีที่ใช้ช่องโหว่ในระบบประมวลผลไฟล์แนบของ iMessage เพื่อติดตั้ง Pegasus โดยไม่ต้องให้เหยื่อโต้ตอบกับข้อความ ก่อนที่ Apple จะออกอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว

Apple เพิ่มเกราะป้องกันทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์

การป้องกันการโจมตีระดับนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการติดตั้งแอปป้องกันไวรัสเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการออกแบบความปลอดภัยตั้งแต่ระดับระบบปฏิบัติการไปจนถึงฮาร์ดแวร์

Apple ใช้วิธีปิดช่องโหว่ผ่านการอัปเดต iOS อย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนากลไกป้องกันการโจมตีหน่วยความจำ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่สปายแวร์ระดับสูงมักพยายามเจาะระบบ

เทคโนโลยีที่น่าจับตาคือ Memory Integrity Enforcement (MIE) ซึ่ง Apple เปิดเผยในปี 2025 เป็นระบบป้องกันความปลอดภัยของหน่วยความจำที่ผสานการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบจัดการหน่วยความจำ

MIE ใช้เทคโนโลยี Enhanced Memory Tagging Extension (EMTE) ร่วมกับกลไกจัดการหน่วยความจำที่ปลอดภัย เพื่อตรวจสอบว่าการเข้าถึงหน่วยความจำเป็นไปตามขอบเขตที่กำหนดหรือไม่ หากพบความผิดปกติ ระบบสามารถตรวจจับและหยุดการทำงานที่มีความเสี่ยงได้

อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจว่า MIE ไม่ได้มีอยู่ใน iPhone ทุกรุ่น โดย Apple ระบุว่ารองรับในอุปกรณ์ที่ใช้ชิป A19 และ M5 หรือใหม่กว่า ขณะที่ iPhone 17 และ iPhone Air เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวพร้อมเทคโนโลยีดังกล่าว

เทคโนโลยีนี้ไม่ได้ทำให้การแฮกเป็นไปไม่ได้ แต่ช่วยเพิ่มต้นทุนและความยากในการพัฒนาเครื่องมือเจาะระบบ โดยเฉพาะการโจมตีที่อาศัยช่องโหว่ด้านหน่วยความจำ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการโจมตีแบบซับซ้อน

ความน่ากังวลของการโจมตีลักษณะนี้ไม่ได้อยู่ที่การทำให้โทรศัพท์เสียหาย แต่เป็นการเปลี่ยนอุปกรณ์ส่วนตัวให้กลายเป็นเครื่องมือสอดแนม แฮกเกอร์สามารถพยายามเข้าถึงข้อความสนทนา ข้อมูลการติดต่อ ตำแหน่งที่ตั้ง รวมถึงกล้องและไมโครโฟน เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายโดยที่เจ้าของเครื่องอาจไม่รู้ตัว

Lockdown Mode เกราะป้องกันพิเศษสำหรับคนที่เสี่ยงถูกโจมตี

อีกหนึ่งเครื่องมือที่ Apple พัฒนาขึ้นคือ Lockdown Mode หรือโหมดล็อกดาวน์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ใช้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกโจมตีแบบเจาะจง เช่น นักข่าว นักกิจกรรม นักการเมือง และบุคคลที่ทำงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลอ่อนไหว

หลักการของ Lockdown Mode คือการลดช่องทางที่แฮกเกอร์อาจใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการโจมตี โดยจำกัดการทำงานบางอย่างของระบบ เช่น

จำกัดไฟล์แนบและเนื้อหาบางประเภทใน Messages , ปิดกั้นเทคโนโลยีเว็บบางชนิดที่มีความซับซ้อนใน Safari , จำกัดการรับสาย FaceTime จากผู้ติดต่อที่ไม่เคยติดต่อกันมาก่อน และ จำกัดการเชื่อมต่อและการติดตั้งโปรไฟล์การจัดการอุปกรณ์บางประเภท

ข้อแลกเปลี่ยนคือการใช้งานบางฟังก์ชันจะไม่สะดวกเหมือนเดิม เว็บไซต์บางแห่งอาจทำงานผิดปกติ และฟีเจอร์บางอย่างไม่สามารถใช้งานได้

วิธีเปิด Lockdown Mode บน iPhone

เข้า Settings (การตั้งค่า)

เลือก Privacy & Security (ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย)

เลื่อนลงไปที่ Lockdown Mode

เลือก Turn On Lockdown Mode

กดยืนยัน Turn On & Restart เพื่อรีสตาร์ตเครื่อง

ว่าแต่คุณเป็นคนสำคัญขนาดไหนที่ต้องโดนสปายแวร์โคตรแพง

Apple แนะนำให้อัปเดตระบบปฏิบัติการเป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนเปิดใช้งาน เพื่อให้ได้รับการป้องกันครบถ้วนตามที่ระบบรองรับ

เพราะไม่ใช่ทุกคนตกเป็นเป้าหมาย แต่ทุกคนต้องไม่ประมาท Pegasus คือการโจมตีลักษณะนี้มีต้นทุนสูงและมุ่งเป้าไปยังบุคคลเฉพาะ ไม่ใช่ภัยที่ผู้ใช้ iPhone ทุกคนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ใช้ไม่ต้องคลิกลิงก์ก็อาจถูกโจมตีได้ แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยไซเบอร์ในปัจจุบันไม่สามารถพึ่งพาความระมัดระวังของผู้ใช้เพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ผู้ใช้ทั่วไปควรทำคืออัปเดต iOS และแอปพลิเคชันให้เป็นปัจจุบัน ไม่ติดตั้งโปรไฟล์หรือซอฟต์แวร์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ และเปิดใช้การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนกับบัญชีสำคัญ

ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจากการทำงานหรือสถานะทางสังคม ควรพิจารณาเปิด Lockdown Mode และให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการแจ้งเตือนภัยคุกคามจาก Apple

ในโลกที่โทรศัพท์มือถือ เป็นทั้งกระเป๋าสตางค์ สมุดบันทึก ห้องประชุม และพื้นที่เก็บความลับส่วนตัว การรักษาความปลอดภัยจึงไม่ใช่แค่การป้องกันไม่ให้โทรศัพท์ถูกแฮก แต่คือการปกป้องข้อมูลและชีวิตส่วนตัวของเจ้าของเครื่องด้วย

กรณีที่เกิดขึ้นกับนักการเมืองฝ่ายค้านเป็นเรื่องน่าแปลกใจเพราะปกติ เป้าหมายของ สปายแวร์ประเภทนี้จะมุ่งเป้า บุคคลสำคัญของรัฐบาล ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเอกชน หากเรื่องนี้เป็นเพราะการไม่ได้อัพเดตซอฟต์แวร์ หรือมีช่องโหว่อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเรื่องน่าคิดว่า เหตุใดท่านถึงเป็นเป้าหมาย ?

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์