ภัยไซเบอร์กำลังยกระดับจากการหลอกให้ผู้ใช้คลิกลิงก์ ไปสู่การโจมตีที่ไม่ต้องอาศัยปฏิสัมพันธ์จากเหยื่อ หรือที่เรียกว่า Zero-click Exploit ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคนิคสำคัญที่ถูกใช้ในการติดตั้งสปายแวร์ Pegasus บน iPhone โดยไม่จำเป็นต้องให้เจ้าของเครื่องกดเปิดไฟล์หรือคลิกลิงก์
Pegasus สปายแวร์ราคาแพง อาวุธไซเบอร์เจาะเป้าหมายเฉพาะ
ปริญญา หอมเอนก ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเอซิศ โปรเฟสชันนัล เซ็นเตอร์ จำกัด ถอดรหัส Pegasus ว่า Pegasus เป็นสปายแวร์เชิงพาณิชย์ที่พัฒนาโดย NSO Group บริษัทเทคโนโลยีจากอิสราเอล มีลักษณะเป็นเครื่องมือสอดแนมที่ถูกออกแบบมาเพื่อเจาะอุปกรณ์ของบุคคลเป้าหมายโดยเฉพาะ ไม่ใช่มัลแวร์ทั่วไปที่แพร่กระจายเพื่อขโมยรหัสผ่านหรือเรียกค่าไถ่จากผู้ใช้จำนวนมาก
กลุ่มเป้าหมายที่เคยถูกเชื่อมโยงกับการใช้งาน Pegasus ได้แก่ นักการเมือง นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน นักข่าว เจ้าหน้าที่รัฐ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความมั่นคงในหลายประเทศ
ความแตกต่างสำคัญคือ Pegasus ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ แต่ต้องการสร้างช่องทางเฝ้าติดตามชีวิตของเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้อความสนทนา รายชื่อผู้ติดต่อ ข้อมูลการเดินทาง ตลอดจนการเข้าถึงฟังก์ชันกล้องและไมโครโฟนในบางกรณี ขึ้นอยู่กับช่องโหว่และสิทธิ์ที่สามารถยึดครองได้
Zero-click Exploit ไม่ต้องกดลิงก์ก็ถูกเจาะได้อย่างไร
ผู้ใช้มักเข้าใจว่าการถูกแฮกต้องเกิดจากการคลิกลิงก์ปลอม ดาวน์โหลดไฟล์อันตราย หรือกรอกรหัสผ่านลงในเว็บไซต์หลอกลวง แต่การโจมตีแบบ Zero-click แตกต่างออกไป เพราะแฮกเกอร์อาศัยช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการหรือแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง
ตัวอย่างเช่น ระบบรับส่งข้อความอาจต้องประมวลผลรูปภาพ ไฟล์แนบ หรือข้อมูลบางประเภทโดยอัตโนมัติ หากส่วนประมวลผลดังกล่าวมีช่องโหว่ ผู้โจมตีอาจส่งข้อมูลที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อกระตุ้นให้เกิดข้อผิดพลาดและนำไปสู่การรันโค้ดอันตรายได้ แม้ผู้รับจะไม่ได้เปิดอ่านข้อความก็ตาม
หนึ่งในเทคนิคที่เกี่ยวข้องคือ Buffer Overflow หรือการเขียนข้อมูลเกินขอบเขตพื้นที่หน่วยความจำที่โปรแกรมจัดสรรไว้ ทำให้ข้อมูลส่วนเกินเข้าไปกระทบพื้นที่อื่นในหน่วยความจำ และอาจเปิดทางให้ผู้โจมตีควบคุมการทำงานของโปรแกรมได้
อีกคำสำคัญคือ Zero-day Exploit ซึ่งหมายถึงการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่ผู้พัฒนายังไม่มีแพตช์แก้ไขหรือยังไม่สามารถป้องกันได้อย่างทันท่วงที
Zero-click และ Zero-day ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน โดย Zero-click อธิบายลักษณะการโจมตีที่ไม่ต้องอาศัยการกระทำของผู้ใช้ ส่วน Zero-day หมายถึงสถานะของช่องโหว่ที่ยังไม่มีการแก้ไข การโจมตีหนึ่งอาจใช้ทั้งสองเทคนิคร่วมกันได้
กรณี BLASTPASS ที่ Citizen Lab เปิดเผยในปี 2023 เป็นตัวอย่างของการโจมตีที่ใช้ช่องโหว่ในระบบประมวลผลไฟล์แนบของ iMessage เพื่อติดตั้ง Pegasus โดยไม่ต้องให้เหยื่อโต้ตอบกับข้อความ ก่อนที่ Apple จะออกอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว
Apple เพิ่มเกราะป้องกันทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์
การป้องกันการโจมตีระดับนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการติดตั้งแอปป้องกันไวรัสเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการออกแบบความปลอดภัยตั้งแต่ระดับระบบปฏิบัติการไปจนถึงฮาร์ดแวร์
Apple ใช้วิธีปิดช่องโหว่ผ่านการอัปเดต iOS อย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนากลไกป้องกันการโจมตีหน่วยความจำ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่สปายแวร์ระดับสูงมักพยายามเจาะระบบ
เทคโนโลยีที่น่าจับตาคือ Memory Integrity Enforcement (MIE) ซึ่ง Apple เปิดเผยในปี 2025 เป็นระบบป้องกันความปลอดภัยของหน่วยความจำที่ผสานการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบจัดการหน่วยความจำ
MIE ใช้เทคโนโลยี Enhanced Memory Tagging Extension (EMTE) ร่วมกับกลไกจัดการหน่วยความจำที่ปลอดภัย เพื่อตรวจสอบว่าการเข้าถึงหน่วยความจำเป็นไปตามขอบเขตที่กำหนดหรือไม่ หากพบความผิดปกติ ระบบสามารถตรวจจับและหยุดการทำงานที่มีความเสี่ยงได้
อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจว่า MIE ไม่ได้มีอยู่ใน iPhone ทุกรุ่น โดย Apple ระบุว่ารองรับในอุปกรณ์ที่ใช้ชิป A19 และ M5 หรือใหม่กว่า ขณะที่ iPhone 17 และ iPhone Air เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวพร้อมเทคโนโลยีดังกล่าว
เทคโนโลยีนี้ไม่ได้ทำให้การแฮกเป็นไปไม่ได้ แต่ช่วยเพิ่มต้นทุนและความยากในการพัฒนาเครื่องมือเจาะระบบ โดยเฉพาะการโจมตีที่อาศัยช่องโหว่ด้านหน่วยความจำ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการโจมตีแบบซับซ้อน
ความน่ากังวลของการโจมตีลักษณะนี้ไม่ได้อยู่ที่การทำให้โทรศัพท์เสียหาย แต่เป็นการเปลี่ยนอุปกรณ์ส่วนตัวให้กลายเป็นเครื่องมือสอดแนม แฮกเกอร์สามารถพยายามเข้าถึงข้อความสนทนา ข้อมูลการติดต่อ ตำแหน่งที่ตั้ง รวมถึงกล้องและไมโครโฟน เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายโดยที่เจ้าของเครื่องอาจไม่รู้ตัว
Lockdown Mode เกราะป้องกันพิเศษสำหรับคนที่เสี่ยงถูกโจมตี
อีกหนึ่งเครื่องมือที่ Apple พัฒนาขึ้นคือ Lockdown Mode หรือโหมดล็อกดาวน์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ใช้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกโจมตีแบบเจาะจง เช่น นักข่าว นักกิจกรรม นักการเมือง และบุคคลที่ทำงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลอ่อนไหว
หลักการของ Lockdown Mode คือการลดช่องทางที่แฮกเกอร์อาจใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการโจมตี โดยจำกัดการทำงานบางอย่างของระบบ เช่น
จำกัดไฟล์แนบและเนื้อหาบางประเภทใน Messages , ปิดกั้นเทคโนโลยีเว็บบางชนิดที่มีความซับซ้อนใน Safari , จำกัดการรับสาย FaceTime จากผู้ติดต่อที่ไม่เคยติดต่อกันมาก่อน และ จำกัดการเชื่อมต่อและการติดตั้งโปรไฟล์การจัดการอุปกรณ์บางประเภท
ข้อแลกเปลี่ยนคือการใช้งานบางฟังก์ชันจะไม่สะดวกเหมือนเดิม เว็บไซต์บางแห่งอาจทำงานผิดปกติ และฟีเจอร์บางอย่างไม่สามารถใช้งานได้
วิธีเปิด Lockdown Mode บน iPhone
เข้า Settings (การตั้งค่า)
เลือก Privacy & Security (ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย)
เลื่อนลงไปที่ Lockdown Mode
เลือก Turn On Lockdown Mode
กดยืนยัน Turn On & Restart เพื่อรีสตาร์ตเครื่อง
ว่าแต่คุณเป็นคนสำคัญขนาดไหนที่ต้องโดนสปายแวร์โคตรแพง
Apple แนะนำให้อัปเดตระบบปฏิบัติการเป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนเปิดใช้งาน เพื่อให้ได้รับการป้องกันครบถ้วนตามที่ระบบรองรับ
เพราะไม่ใช่ทุกคนตกเป็นเป้าหมาย แต่ทุกคนต้องไม่ประมาท Pegasus คือการโจมตีลักษณะนี้มีต้นทุนสูงและมุ่งเป้าไปยังบุคคลเฉพาะ ไม่ใช่ภัยที่ผู้ใช้ iPhone ทุกคนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ใช้ไม่ต้องคลิกลิงก์ก็อาจถูกโจมตีได้ แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยไซเบอร์ในปัจจุบันไม่สามารถพึ่งพาความระมัดระวังของผู้ใช้เพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ผู้ใช้ทั่วไปควรทำคืออัปเดต iOS และแอปพลิเคชันให้เป็นปัจจุบัน ไม่ติดตั้งโปรไฟล์หรือซอฟต์แวร์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ และเปิดใช้การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนกับบัญชีสำคัญ
ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจากการทำงานหรือสถานะทางสังคม ควรพิจารณาเปิด Lockdown Mode และให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการแจ้งเตือนภัยคุกคามจาก Apple
ในโลกที่โทรศัพท์มือถือ เป็นทั้งกระเป๋าสตางค์ สมุดบันทึก ห้องประชุม และพื้นที่เก็บความลับส่วนตัว การรักษาความปลอดภัยจึงไม่ใช่แค่การป้องกันไม่ให้โทรศัพท์ถูกแฮก แต่คือการปกป้องข้อมูลและชีวิตส่วนตัวของเจ้าของเครื่องด้วย
กรณีที่เกิดขึ้นกับนักการเมืองฝ่ายค้านเป็นเรื่องน่าแปลกใจเพราะปกติ เป้าหมายของ สปายแวร์ประเภทนี้จะมุ่งเป้า บุคคลสำคัญของรัฐบาล ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเอกชน หากเรื่องนี้เป็นเพราะการไม่ได้อัพเดตซอฟต์แวร์ หรือมีช่องโหว่อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเรื่องน่าคิดว่า เหตุใดท่านถึงเป็นเป้าหมาย ?




