เรื่องร้องเรียนออนไลน์พุ่ง เจน Y วัยทำงานเหยื่อกลุ่มใหญ่
ETDA เปิดสถิติศูนย์ 1212 ETDA ปี 2568 เรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์พุ่ง 39,112 เรื่อง เพิ่มจากปีก่อน 10.62% ซื้อขายออนไลน์ครองแชมป์ต่อเนื่อง วัยทำงาน Gen Y ตกเป็นเหยื่อสูงสุด
ETDA เปิดสถิติรับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ของศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ ในรอบปี 2568 พบ เรื่องร้องเรียนรวม 39,112 เรื่อง เพิ่มจากปี 2567 ถึง 3,754 เรื่อง คิดเป็น 10.62% ‘ปัญหาซื้อขายออนไลน์-เว็บเถื่อน’ ยังครองแชมป์ต่อเนื่อง กลุ่มวัยทำงาน (Gen Y และ X) เสี่ยงตกเป็นเหยื่อถูกหลอกแซงผู้สูงอายุ สูงถึง 71% ของผู้ร้องเรียนทั้งหมด เหตุทำธุรกรรมและเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในโลกออนไลน์เป็นประจำ พร้อมเร่งเสริมกลไกร่วมกำกับภายใต้กฎหมาย DPS ดูแล ‘สินค้า-บริการผิดกฎหมาย-ยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน’ บนแพลตฟอร์ม ปิดช่องโหว่แก้ปมมิจฉาชีพเข้ม

ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า ปัญหาเรื่องร้องเรียนออนไลน์ ทั้งหมด 39,112 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ถึง 3,754 เรื่อง ปี 2567 มี 35,358 เรื่อง เพิ่มขึ้นกว่า 10.62% และลดลงจากปี 2566 ที่พบสูงถึง 45,181 เรื่อง แม้ตัวเลขในแต่ละปีจะมีการปรับลดหรือเพิ่มแตกต่างกัน แต่ปัญหาการซื้อขายออนไลน์ยังคงเป็นปัญหาที่มีการร้องเรียนสูงสุด ครองแชมป์ 3 ปีซ้อน สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มพึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมา เช่น การไม่ได้รับสินค้า ได้รับสินค้าไม่ตรงตามข้อตกลง ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายและร้องเรียนในประเด็นนี้เป็นจำนวนมาก

ปี 2568 ปัญหาร้องเรียนที่พบมากสุด 5 อันดับแรก คือ ปัญหาซื้อขายออนไลน์ พบ 14,238 เรื่อง หรือราว 36.40% ของปัญหาทั้งหมด รองลงมาคือ ปัญหาเว็บไซต์ผิดกฎหมาย 12,793 เรื่อง32.71% ปัญหาอื่นๆ หรือสอบถามข้อสงสัย 3,506 เรื่อง 8.96%, ปัญหาด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2,407 เรื่อง 6.15% และ ปัญหาด้านการประกอบธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม 2,203 เรื่อง5.63% เป็นต้น
จากการให้บริการรับเรื่องปัญหา การให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล พบว่า ปี 2567-68 มีเรื่องร้องเรียนเพิ่มขึ้นทั้งหมด 2,827 เรื่อง โดยปัญหาจากบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่พบมากสุด คือ การประกอบธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์มเช่น การกำหนดเงื่อนไขทางการค้า ค่าธรรมเนียม นโยบาย ที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบธุรกิจมากกว่าผู้ใช้บริการ หรือปิดบัญชีผู้ใช้งานโดยไม่แจ้งเหตุผล

การไม่ได้รับการเยียวยาความเสียหาย ปัญหาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม การสร้างบัญชีปลอม และการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล และ ปัญหาการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567 ทั้งกรณีเรียกเก็บค่าบริการไม่เป็นธรรม ราคาที่แสดงไม่ตรงกับยอดที่จ่ายจริง การยกเลิกรถโดยไม่แจ้งล่วงหน้าและการให้บริการที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข

เมื่อจำแนกกลุ่มผู้ร้องเรียนตามช่วงวัย พบว่า กลุ่มวัยทำงานเป็นกลุ่มที่ถูกหลอก ตกเป็นเหยื่อมากที่สุด โดยกลุ่ม Gen Y (อายุ 29–44 ปี) มีสัดส่วนถูกหลอกสูงสุด 41.91% รองลงมาคือ Gen X (อายุ 45–60 ปี) 29.94% รวมกันคิดเป็น 71.85%ของจำนวนผู้ร้องเรียนทั้งหมด ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุ (Baby Boomer) มีสัดส่วน 10.64% Gen Z (16–28 ปี) คิดเป็น 17.28% และ Gen Alpha (12–15 ปี) คิดเป็น 0.23%
พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ กลุ่มวัยทำงานตกเป็นเหยื่อถูกหลอกมากที่สุด คือ พฤติกรรมชอปออนไลน์ ทำธุรกรรมออนไลน์เป็นประจำ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้มี “จุดเสี่ยง” และโอกาสเกิดปัญหาจากการซื้อขายออนไลน์มากกว่ากลุ่มอื่น มักเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว แชร์ภาพ ไลฟ์สไตล์ กิจกรรมของตนเองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ข้อมูลถูกเก็บ นำไปใช้ต่อ หรือถูกแอบอ้างได้ง่าย เพิ่มความเสี่ยงทั้งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและการหลอกลวง มั่นใจในเทคโนโลยีสูงจนชะล่าใจ แม้ทักษะดิจิทัลดี แต่ความคุ้นชินและความมั่นใจทำให้ “ไม่ตรวจสอบให้รอบ” เช่น เงื่อนไขความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของบัญชี หรือความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล จึงตกเป็นเป้าหมายของภัยออนไลน์มากกว่ากลุ่มอื่น และมีแนวโน้มครองแชมป์ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569




