เอเซีย พลัส ชี้ น้ำมันพุ่งเสี่ยง ศก.ไทยชะลอ

2 เม.ย. 2569 - 10:13

  • ดีเซลพุ่ง 14 บาท กดต้นทุนทั้งระบบ

  • เสี่ยง Stagflation เงินเฟ้อสูงโตช้า

  • แนะถือเงินสด เน้นหุ้นปันผลสูง

เอเซีย พลัส ชี้ น้ำมันพุ่งเสี่ยง ศก.ไทยชะลอ

เอเซีย พลัส ชี้ ‘ทรัมป์’ ขู่ถล่มอิหร่านทำตลาดป่วน ดันน้ำมันพุ่ง เตือนไทยรับศึกหนักดีเซลแพงฉุด GDP เสี่ยงภาวะ Stagflation ชูหุ้นปันผลเด่นหลบภัย

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 กลับมาสร้างความผันผวนอย่างหนักอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงการณ์ผ่านช่วงไพรม์ไทม์จากทำเนียบขาวด้วยท่าทีแข็งกร้าว โดยขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า หากไม่มีการบรรลุข้อตกลง พร้อมขู่ทำลายโรงไฟฟ้าทุกแห่งและนำพาอิหร่านกลับสู่ยุคหิน ท่าทีดังกล่าวเป็นการทำลายความหวังการยุติสงครามก่อนหน้านี้ ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในตลาดหุ้นทั่วโลกและดันให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนยืนเหนือ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แรงกดดันนี้ ทำให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเข้าสู่โหมด ‘ระวังตัว’ นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันที โดยน้ำมันดิบ WTI ขยับขึ้นยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบเริ่มเห็นชัด โดยเฉพาะในด้านค่าครองชีพ ราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นแรงกว่า 14 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาไม่นาน ซึ่งกำลังกดดันทั้งภาคขนส่ง ต้นทุนธุรกิจ และกำลังซื้อของประชาชน

โครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ยิ่งทำให้สถานการณ์นี้เปราะบางมากขึ้น ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ จากระดับหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ทำให้การอุดหนุนราคาพลังงานทำได้ยาก

นักวิเคราะห์เตือนว่า หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ไทยมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือภาวะที่เงินเฟ้อสูง แต่เศรษฐกิจกลับชะลอตัว ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่รับมือได้ยาก

และในจุดนั้น Bank of Thailand อาจต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แต่ก็อาจยิ่งซ้ำเติมการเติบโตของเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความกังวล ยังมีสัญญาณบางอย่างที่เริ่มผ่อนคลาย เช่น ส่วนต่างราคาน้ำมันที่แคบลง และพฤติกรรมของตลาดล่วงหน้าที่เริ่มสะท้อนว่า ความร้อนแรงของสถานการณ์อาจไม่ยืดเยื้อรุนแรง

ในมุมการลงทุน นักวิเคราะห์แนะนำให้เน้นความระมัดระวัง ถือเงินสดบางส่วน และเลือกลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตในช่วงที่ตลาดยังไม่แน่นอน

ภาพรวมทั้งหมดนี้ สะท้อนว่า วิกฤตรอบนี้ไม่ได้กระทบแค่ตลาดน้ำมัน แต่กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงเศรษฐกิจจริง และเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่นักลงทุนต้อง ‘ตั้งรับให้ดี’ มากกว่าการไล่ตามโอกาส

oil-shock-thai-economy-SPACEBAR-Photo V01.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์