โป๊ยเซียน 90 ปี กับโลกยุค OECD จาก “กฎระเบียบ” สู่เครื่องมือยกระดับธุรกิจ และภารกิจดันสมุนไพรไทยสู่ Global Standard “อย่ามอง Regulation เป็นศัตรู แต่มองเป็นเครื่องมือที่จะทำให้ธุรกิจมีคุณภาพมากขึ้น”
นี่คือมุมคิดสำคัญของ ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ หรือ “คุณต้นคูน” กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาดมตราโป๊ยเซียน ที่มองการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง OECD, ESG และมาตรฐานสากล ไม่ใช่เพียงต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ แต่คือ “เครื่องมือ” ที่ช่วยให้ธุรกิจพัฒนาคุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในระยะยาว
ในรายการ Thailand Next ทางเพจ SPACEBAR คุณต้นคูนเปิดมุมมองตั้งแต่การปรับตัวของธุรกิจโป๊ยเซียน การบริหารองค์กรในยุคใหม่ การแข่งขันในตลาดยาดม ไปจนถึงความหวังที่อยากเห็น “สมุนไพรไทย” ก้าวขึ้นสู่มาตรฐานระดับโลก
OECD ไม่ใช่ภาระ แต่คือ “ไกด์” ให้ธุรกิจดีขึ้น
ในวันที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ภาคธุรกิจจำนวนไม่น้อยอาจตั้งคำถามว่า การเปลี่ยนแปลงด้านกฎเกณฑ์และมาตรฐานต่าง ๆ จะกลายเป็นต้นทุนใหม่หรือไม่
สำหรับโป๊ยเซียน คุณต้นคูนกลับมองต่างออกไป เขามองว่า ผู้ประกอบการไม่ควรมอง Regulation หรือกฎระเบียบเป็นศัตรู แต่ควรมองว่าเป็นเครื่องมือหรือ “ไกด์” ที่ช่วยกำหนดว่า กระบวนการทำธุรกิจที่ดีที่สุดควรเป็นอย่างไร
แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับโป๊ยเซียน เพราะบริษัทให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิตมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะมาตรฐาน GMP และการพัฒนามาตรฐานการผลิตในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพและสมุนไพร
คุณต้นคูนยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า แม้เรื่องบางอย่างจะดูเป็น “สามัญสำนึก” เช่น การล้างมือหรือการแต่งกายให้สะอาด แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง คำว่า “สะอาด” ต้องมีรายละเอียดและมาตรฐานที่ชัดเจน ตั้งแต่วิธีการล้างมือ เครื่องแต่งกาย ไปจนถึงสิ่งของที่สามารถนำเข้าไปอยู่ในพื้นที่การผลิตได้ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ อย่าง ดินสอกับปากกา ก็มีความสำคัญ เพราะดินสออาจก่อให้เกิดฝุ่นจากไส้ดินสอหรือเศษไม้ ซึ่งไม่เหมาะกับพื้นที่การผลิต
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมมาตรฐานจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ “กระดาษ” แต่เป็นระบบที่ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างคุณภาพให้เกิดขึ้นจริงตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงสินค้าที่ถึงมือผู้บริโภค
ESG และธรรมาภิบาล ต้องเริ่มจาก “ข้างใน” ไม่ใช่รอให้กฎมาบังคับ
อีกประเด็นที่คุณต้นคูนให้ความสำคัญคือ ESG และธรรมาภิบาล เขามองว่า แม้บางเรื่องจะยังไม่ได้เป็นข้อบังคับโดยตรง แต่ธุรกิจไม่ควรรอให้มีกฎระเบียบออกมาก่อนแล้วจึงค่อยลงมือทำ เพราะหัวใจสำคัญของ ESG โดยเฉพาะตัว G หรือ Governance คือสิ่งที่องค์กรควรมีอยู่แล้ว
“ธรรมาภิบาล” ในมุมของโป๊ยเซียน จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการปฏิบัติตามกฎ แต่หมายถึง ความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค พนักงาน องค์กร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
คุณต้นคูนย้ำว่า สิ่งที่ผู้บริโภคมองไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่าบริษัทสามารถละเลยได้ เพราะหากธุรกิจลดคุณภาพของวัตถุดิบหรือกระบวนการผลิตเพียงเพราะคิดว่า “ผู้บริโภคไม่รู้” นั่นเท่ากับการทำลายความไว้วางใจที่สร้างมานาน
สำหรับโป๊ยเซียนแล้ว หลักคิดจึงชัดเจนว่า คุณภาพต้องไม่ถูกประนีประนอม และความซื่อสัตย์ต้องไม่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์

จากธุรกิจครอบครัว สู่การบริหารแบบองค์กร
เส้นทางของโป๊ยเซียนเริ่มต้นจากธุรกิจร้านขายยาจีนของครอบครัว ก่อนพัฒนาเป็นโรงงานและเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารในรูปแบบของบริษัท
คุณต้นคูนเล่าว่า ในแต่ละยุคมีสมาชิกครอบครัวเข้ามารับบทบาทแตกต่างกันไป ทั้งการพัฒนามาตรฐาน การขยายตลาดต่างประเทศ การบริหารองค์กร และการสร้างความแข็งแกร่งด้านการขาย
ขณะที่การเปลี่ยนผ่านในช่วงหลังไม่ได้มีเพียงเรื่องของผลิตภัณฑ์ แต่รวมถึง “วิธีคิด” ในการสื่อสารกับผู้บริโภค จากเดิมที่แบรนด์แข็งแรงอยู่แล้วและอาศัยชื่อเสียงที่สั่งสมมายาวนาน โป๊ยเซียนเริ่มหันมาพูดคุยกับผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งผ่านกิจกรรมออนไลน์และออฟไลน์
เหตุผลสำคัญคือ แบรนด์ไม่ควรประเมินตัวเองจากมุมของตัวเองเพียงฝ่ายเดียว เพราะต่อให้บริษัทมองว่าตัวเองยังแข็งแรง ทันสมัย และเป็นที่รู้จัก แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “คนอื่นมองเราอย่างไร”
90 ปี กับโจทย์ใหม่ เมื่อ “เพื่อนร่วมห้อง” เพิ่มขึ้น
อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของโป๊ยเซียนคือการแข่งขัน จากตลาดที่เคยมีผู้เล่นไม่มาก มาวันนี้ตลาดยาดมมีแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก และมีรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น
คุณต้นคูนเปรียบคู่แข่งเหล่านี้ว่าเป็น “เพื่อนร่วมห้อง” หรือ Classmate เพราะแม้จะเป็นคู่แข่งในทางธุรกิจ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ทุกแบรนด์กำลังช่วยกันสร้างตลาดยาดมและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
แต่การแข่งขันที่มากขึ้นไม่ได้ทำให้โป๊ยเซียนเลือกที่จะลดมาตรฐานเพื่อแข่งขันด้านราคา ตรงกันข้าม สิ่งที่บริษัทเลือกควบคุมคือสิ่งที่ตัวเองสามารถควบคุมได้ นั่นคือ คุณภาพของสินค้าและกระบวนการผลิต
เราไปจับมือบังคับใครมาซื้อไม่ได้ แต่เราจับมือตัวเองให้ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภคได้
— ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด
นี่คือแนวคิดที่สะท้อนวิธีรับมือกับการแข่งขันของแบรนด์ที่อยู่ในตลาดมาอย่างยาวนาน
“คุณภาพไม่ประนีประนอม” และความซื่อสัตย์คือสิ่งที่ไม่เปลี่ยน
เมื่อถามว่า หลังผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายยุค อะไรคือสิ่งที่โป๊ยเซียนยังคงรักษาไว้ คำตอบของคุณต้นคูนคือ “คุณภาพ” และ “ความซื่อสัตย์” แม้รูปแบบการสื่อสาร กิจกรรม หรือวิธีเข้าถึงผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป แต่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ควรถูกลดทอน
ขณะเดียวกัน ความซื่อสัตย์ต้องเกิดขึ้นในทุกทิศทาง ทั้งต่อตัวเอง ผู้บริโภค องค์กร พนักงาน และบุคคลภายนอกเพราะเมื่อองค์กรดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สิ่งที่พูดในวันนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนในวันพรุ่งนี้
อยากเห็น “ยาดมไทย” ไปไกลกว่าแค่สินค้าไทย
คุณต้นคูนมองไกลกว่าการแข่งขันของโป๊ยเซียนกับแบรนด์อื่น เพราะในฐานะผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพร เขาอยากเห็น “ยาดมไทยและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย” สร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล
เขายกตัวอย่าง Thai Food ที่ปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคทั่วโลกรู้จัก เมื่อพูดถึงอาหารไทย ผู้บริโภคจำนวนมากมีความเชื่อมั่นในคุณภาพและเอกลักษณ์ของสินค้า
โจทย์ต่อไปที่ต้องทำคือ ทำอย่างไรให้คนต่างชาตินึกถึง ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย แล้วเกิดความรู้สึกเชื่อมั่นในลักษณะเดียวกัน และเรื่องนี้ไม่ใช่ภารกิจของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐและภาคเอกชน
สิ่งที่คุณต้นคูนอยากเห็นจากภาครัฐ ไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงการสนับสนุนด้านเงินทุน แต่คือการช่วยสร้างมาตรฐานและทำให้สินค้าที่มีคุณภาพได้รับการยอมรับในระดับสากล เพราะหากทุกแบรนด์สามารถยกระดับมาตรฐานไปด้วยกัน เมื่อเกิดความเชื่อมั่นขึ้น ผลประโยชน์ก็จะไม่ได้ตกอยู่กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสินค้าสมุนไพรไทยด้วย “ความน่าเชื่อถือ” สร้างยาก แต่ทำลายได้ในวันเดียว
อีกหนึ่งประเด็นที่คุณต้นคูนฝากถึงทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการ คือเรื่อง Trust หรือความไว้วางใจ เพราะความเสียหายจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอาจไม่ได้กระทบเพียงแบรนด์เดียว แต่อาจลุกลามไปถึงภาพรวมของ “สินค้าไทย” หรือ “ยาดมไทย” ทั้งตลาด
ในยุคที่ข้อมูลเดินทางเร็ว ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์หนึ่งจึงสามารถส่งผลต่อภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมได้ ดังนั้น การยกระดับมาตรฐานจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นการแข่งขันว่าใครจะได้เปรียบกว่าใคร แต่ควรมองว่าเป็นการช่วยกันสร้าง Trust ให้กับอุตสาหกรรมไทย
ผลิตภัณฑ์ต้องเปลี่ยนตามผู้บริโภค แต่คุณภาพต้องไม่เปลี่ยน
การเปลี่ยนแปลงของโป๊ยเซียนไม่ได้หยุดอยู่ที่การบริหารองค์กรและการสื่อสาร แต่ยังสะท้อนผ่านผลิตภัณฑ์ด้วยปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์ยาดมหลายรูปแบบ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาสำหรับตลาดต่างประเทศ และผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่ผสมผสานเรื่องของ ศิลปวัฒนธรรมไทย เข้ากับสินค้า
หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอในรายการคือ ยาดมโป๊ยเซียนรุ่น POP Culture ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยมาพัฒนาเป็นดีไซน์บนผลิตภัณฑ์
แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า การรักษาความเป็นแบรนด์ดั้งเดิมไม่ได้หมายความว่าจะต้องหยุดอยู่กับรูปแบบเดิม แต่สามารถนำ “รากเดิม” มาต่อยอดให้เข้ากับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ได้


จากยาดมในกระเป๋า สู่ Lifestyle Item ของคนรุ่นใหม่
ตลอดเส้นทางเกือบ 90 ปี โป๊ยเซียนเดินทางจากธุรกิจร้านขายยาจีน สู่โรงงาน ผู้ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพ และแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักทั้งในไทยและต่างประเทศ
วันนี้โจทย์จึงไม่ใช่เพียง “จะขายยาดมได้อย่างไร” แต่คือ จะทำอย่างไรให้แบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมานาน สามารถเติบโตไปพร้อมกับโลกที่เปลี่ยนแปลง
สำหรับคุณต้นคูน คำตอบไม่ได้อยู่ที่การวิ่งตามทุกกระแส แต่คือการรู้ว่าอะไรควรเปลี่ยน และอะไรไม่ควรเปลี่ยน
- วิธีสื่อสารเปลี่ยนได้
- ผลิตภัณฑ์พัฒนาได้
- กิจกรรมเปลี่ยนได้
แต่คุณภาพและความซื่อสัตย์ไม่ควรเปลี่ยน และนี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญจากโป๊ยเซียน ในวันที่ธุรกิจไทยกำลังเตรียมตัวเข้าสู่โลกที่มาตรฐานสากล กฎเกณฑ์ และความคาดหวังของผู้บริโภคกำลังยกระดับขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสุดท้ายแล้ว มาตรฐานอาจเริ่มต้นจากกฎ แต่ความยั่งยืนของธุรกิจต้องเริ่มต้นจาก “ข้างในองค์กร”






