เงินเฟ้อ OECD พุ่ง 4.3% จับตายูโรโซนแตะ 3.8%

9 ต.ค. 2569 - 13:17

  • ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันเงินเฟ้อรอบนี้คือราคาพลังงาน ที่เป็นตัวเร่งตัวอย่างชัดเจน แม้แรงกดดันจากราคาอาหารจะเริ่มคลี่คลายลงก็ตาม

  • เงินเฟ้ออาหารลดลงเหลือ 2.8% จาก 3.2% ในเดือนก่อนหน้า เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2021 ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน คำนวณโดยไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ยังคงอยู่ที่ 3.6% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3

  • OECD จึงชี้ว่า เงินเฟ้อในหลายเศรษฐกิจกลับมาเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานอีกครั้ง แม้ราคาอาหารจะมีทิศทางชะลอตัวลงก็ตาม

เงินเฟ้อ OECD พุ่ง 4.3% จับตายูโรโซนแตะ 3.8%

OECD เผยเงินเฟ้อประเทศสมาชิกขยับขึ้นต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม 2026 หลังราคาพลังงานพุ่ง 13.6% แม้เงินเฟ้ออาหารลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี ขณะที่ยูโรโซนส่งสัญญาณเร่งตัวแรงในเดือนกันยายน สะท้อนความเสี่ยงที่ต้นทุนพลังงานอาจกลับมาเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศสมาชิก ซึ่งวัดจากดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI) เพิ่มขึ้นเป็น 4.3% ในเดือนสิงหาคม 2026 จาก 4.1% ในเดือนกรกฎาคม โดยเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นใน 23 ประเทศ ทรงตัวหรือเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยใน 12 ประเทศ และลดลงเพียง 3 ประเทศ

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันเงินเฟ้อรอบนี้คือราคาพลังงาน ที่เป็นตัวเร่งตัวอย่างชัดเจน แม้แรงกดดันจากราคาอาหารจะเริ่มคลี่คลายลงก็ตาม

ราคาพลังงานกลับมาเป็นตัวเร่งเงินเฟ้อ

เงินเฟ้อราคาพลังงานของ OECD เพิ่มขึ้นเป็น 13.6% ในเดือนสิงหาคม สูงกว่าเดือนกรกฎาคม 2.0 % โดยพบการเพิ่มขึ้นใน 28 % จาก 37 % ประเทศที่มีข้อมูล ขณะที่ออสเตรเลีย เบลเยียม เดนมาร์ก อิตาลี สเปน และตุรกี ต่างมีอัตราเงินเฟ้อพลังงานเพิ่มขึ้นมากกว่า 0.5%

ในทางกลับกัน เงินเฟ้ออาหารลดลงเหลือ 2.8% จาก 3.2% ในเดือนก่อนหน้า เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2021 ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งคำนวณโดยไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ยังคงอยู่ที่ 3.6% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่แตกต่างกันระหว่างสินค้าแต่ละกลุ่ม กล่าวคือ แรงกดดันจากราคาอาหารเริ่มลดลง แต่ต้นทุนพลังงานกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อเนื่อง หากราคาพลังงานส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิต การขนส่ง และราคาสินค้าและบริการในระยะถัดไป

G7 เงินเฟ้อทรงตัว แต่พลังงานพุ่ง 14%

สำหรับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว G7 เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3.1% ในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.0% ในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากแรงกดดันด้านพลังงานถูกชดเชยบางส่วนด้วยราคาอาหารที่ชะลอตัวลง

เงินเฟ้อพลังงานของ G7 เพิ่มขึ้น 1.8 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 14.0% โดยทุกประเทศมีเงินเฟ้อพลังงานเป็นตัวเลขสองหลัก ยกเว้นญี่ปุ่นที่ราคาพลังงานลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนหนึ่งจากมาตรการอุดหนุนของรัฐบาล

ขณะที่เงินเฟ้ออาหารลดลงเหลือ 1.9% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 โดยลดลงในทุกประเทศสมาชิก G7 ยกเว้นฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัว

OECD ระบุว่า ราคาพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นในอิตาลี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ขณะที่ประเทศ G7 อื่น ได้รับแรงชดเชยจากแรงกดดันด้านราคาอาหารที่ลดลง

ยูโรโซนเสี่ยงเงินเฟ้อเร่งตัว แตะ 3.8% ในเดือนกันยายน

สถานการณ์ในยูโรโซนมีสัญญาณน่าจับตา โดยเงินเฟ้อทั่วไปตามดัชนีราคาผู้บริโภคที่ประสานให้เปรียบเทียบกันได้ระหว่างประเทศ (Harmonised Index of Consumer Prices: HICP) เพิ่มขึ้นเป็น 3.2% ในเดือนสิงหาคม จาก 3.0% ในเดือนกรกฎาคม

แรงกดดันสำคัญมาจากเงินเฟ้อพลังงานที่พุ่งขึ้นเป็น 14.3% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 ขณะที่เงินเฟ้ออาหารและเงินเฟ้อพื้นฐานยังเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย

ประมาณการเบื้องต้นของ Eurostat สำหรับเดือนกันยายน 2026 ชี้ว่าเงินเฟ้อทั่วไปในยูโรโซนอาจเพิ่มขึ้นอีก 0.6 % สู่ระดับ 3.8% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2023 โดยเงินเฟ้อพลังงานคาดว่าจะพุ่งขึ้นเป็น 18.8% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ที่ประมาณ 2.5%

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ต้องจับตาว่าแรงกดดันจากพลังงานจะจำกัดอยู่เฉพาะต้นทุนพลังงาน หรือจะเริ่มส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากขึ้น แม้ข้อมูลประมาณการเบื้องต้นยังไม่ใช่ตัวเลขสรุปขั้นสุดท้ายก็ตาม

G20 เงินเฟ้อขยับขึ้น อินเดียแตะ 5%

สำหรับกลุ่มประเทศ G20 เงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นเป็น 4.1% ในเดือนสิงหาคม จาก 3.9% ในเดือนกรกฎาคม โดยอินเดียมีเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.4 % สู่ระดับ 5.0% ขณะที่จีนและอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 0.3 % มาอยู่ที่ 0.8% และ 3.2% ตามลำดับ

ส่วนอาร์เจนตินาและบราซิลมีเงินเฟ้อลดลง ขณะที่ซาอุดีอาระเบียและแอฟริกาใต้ทรงตัวในภาพรวม

ภาพรวมจากข้อมูล OECD จึงชี้ว่า เงินเฟ้อในหลายเศรษฐกิจกลับมาเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานอีกครั้ง แม้ราคาอาหารจะมีทิศทางชะลอตัวลงก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ ความรุนแรงและระยะเวลาของการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน รวมถึงผลกระทบที่อาจส่งต่อไปยังต้นทุนธุรกิจและค่าครองชีพของประชาชน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์