เจนเซน หวง (Jensen Huang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ยักษ์ใหญ่ด้านชิปจากสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันพุธว่า บริษัทจะเพิ่มเม็ดเงินลงทุนในไต้หวันเป็น 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี พร้อมยกย่องเกาะแห่งนี้ว่าเป็น "ศูนย์กลางของการปฏิวัติ AI"
ซีอีโอของบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกกล่าวในกรุงไทเปว่า "ไต้หวันกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด" และการเพิ่มทุนของ Nvidia จากเดิม 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะช่วย "ขับเคลื่อนระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่น่าทึ่งที่นี่"
ไต้หวันถือเป็นมหาอำนาจในด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้ในการฝึกฝนและขับเคลื่อนระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเป็นที่ตั้งของยักษ์ใหญ่ด้านฮาร์ดแวร์อย่าง TSMC ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนดีไซน์อันล้ำสมัยของ Nvidia ให้กลายเป็นชิปซิลิคอน และ Foxconn ซึ่งเป็นผู้ประกอบโปรเซสเซอร์เหล่านั้นเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเซิร์ฟเวอร์สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)
"เมื่อ 4-5 ปีก่อน Nvidia ใช้เงินลงทุนในไต้หวันประมาณ 10,000 ถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี" หวงกล่าวระหว่างการเยี่ยมชมสถานที่ก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ของบริษัท "แต่ตอนนี้ เรากำลังขยับจาก 100,000 ล้านดอลลาร์ ไปสู่ 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไต้หวันในแต่ละปี"
เศรษฐกิจของไต้หวันพุ่งทะยานอย่างมากในปีที่ผ่านมา โดยได้อานิสงส์จากยอดส่งออกฮาร์ดแวร์ AI ที่เติบโตอย่างถล่มทลาย เนื่องจากรัฐบาลและบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกพากันเทเงินหลายแสนล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีนี้
"ไต้หวันคือศูนย์กลางของการปฏิวัติ AI" หวงย้ำ "ที่นี่คือจุดกำเนิดของชิปและการแพ็กเกจจิ้ง เป็นที่ที่ระบบต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้น และเป็นที่ที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ถูกให้กำเนิด"
หวงเผยเพิ่มเติมว่า Nvidia "จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง" ในไต้หวัน โดยสำนักงานแห่งใหม่จะสามารถรองรับวิศวกรได้ประมาณ 4,000 คน และที่นี่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ของโลกไปอีกนาน
ทั้งนี้ เจนเซน หวง เดินทางมายังกรุงไทเปก่อนหน้าการเปิดตัว Computex ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีชั้นนำของไต้หวันในสัปดาห์หน้า
การประกาศลงทุนครั้งใหญ่มีขึ้นหลังจากสัปดาห์ที่แล้ว Nvidia เพิ่งรายงานรายได้ประจำไตรมาสแรกสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 81,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทุบสถิติที่วอลล์สตรีทเคยคาดการณ์ไว้ เนื่องจากความต้องการฮาร์ดแวร์ AI ที่ยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ส่งผลให้รายได้พุ่งขึ้น 85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิทะยานขึ้นเป็น 58,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าจาก 18,800 ล้านดอลลาร์ ในปีก่อนหน้า ตอกย้ำสถานะของ Nvidia ในฐานะผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก





