Netflix บุกตลาดวิดีโอสั้น จับมือสื่อยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ รับมือคู่แข่ง TikTok-YouTube
Netflix ประกาศทำสัญญาลิขสิทธิ์กับสำนักพิมพ์และสื่อชั้นนำของสหรัฐอเมริกาหลายราย เพื่อนำเนื้อหาวิดีโอสั้นมาเผยแพร่บนแพลตฟอร์มของตน โดยมีกำหนดเริ่มให้บริการแก่สมาชิกในสหรัฐฯ แคนาดา สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคมเป็นต้นไป
พันธมิตรสื่อระดับโลกร่วมวง
พันธมิตรในข้อตกลงนี้ประกอบด้วย Penske Media, BuzzFeed Studios, Condé Nast, Hearst Magazines และ People Inc. ซึ่งครอบคลุมแบรนด์สื่อที่เป็นที่รู้จักในระดับโลก ทั้ง Vanity Fair, Vogue, Rolling Stone, Bon Appétit, People และ Variety โดย Hearst ยืนยันข้อตกลงดังกล่าวกับสำนักข่าว AFP แล้ว
เนื้อหาที่จะนำมาเผยแพร่มีความยาวตั้งแต่ประมาณ 2 นาทีไปจนถึงมากกว่า 20 นาที ครอบคลุมหมวดข่าว ไลฟ์สไตล์ ดารา และไอเดียทำสิ่งต่าง ๆ รายการยอดนิยมที่อยู่ในข้อตกลง ได้แก่ "Lie Detector" ของ Vanity Fair, "30 Questions" ของ BuzzFeed และ "Know Their Lines?" ของ Variety
ตอบรับพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป
จอห์น เดอร์เดเรียน รองประธานฝ่ายซีรีส์แอนิเมชันและรายการสำหรับครอบครัวของ Netflix ระบุว่า สมาชิกไม่ได้ต้องการเพียงแค่ดูซีรีส์หรือภาพยนตร์แล้วจบไป แต่ยังต้องการสำรวจเรื่องราวและบุคคลที่ตนชื่นชอบต่อไปหลังจากดูจบแล้ว
แรงกดดันจากคู่แข่งวิดีโอสั้น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากแพลตฟอร์มอย่าง YouTube และ TikTok ข้อมูลจากบริษัทวิจัย Digital i ระบุว่า YouTube แซงหน้า Netflix ในแง่ระยะเวลาการรับชมเฉลี่ยต่อวันในปี 2025 ขณะที่ข้อมูลจาก eMarketer ชี้ว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกันใช้เวลาบน TikTok ใกล้เคียงกับ Netflix มาตั้งแต่ปี 2024
ก่อนหน้านี้ Netflix ได้ปรับโฉมแอปพลิเคชันด้วยการเพิ่มฟีดวิดีโอแนวตั้งแบบ TikTok และขยายธุรกิจสู่เกม พอดแคสต์ และอีเวนต์ถ่ายทอดสด ทั้งนี้ข้อมูลภายในที่รายงานโดย Bloomberg ยังระบุว่าผู้ชมเลิกติดตามซีรีส์ยอดนิยมก่อนถึงซีซันสองมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารูปแบบดูยาวแบบดั้งเดิมของ Netflix อาจกำลังเสียพื้นที่ให้กับเนื้อหาสั้นจากคู่แข่ง





