ประมูล MUX ทำได้แต่ต้องมี ธรรมาภิบาล

2 พ.ย. 2569 - 14:00

  • การกำหนดรูปแบบใบอนุญาตและการจัดสรรคลื่นความถี่ในรอบใหม่ ไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการแข่งขันด้านราคา แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนโครงข่าย ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

  • การออกแบบหลักเกณฑ์การประมูล การดำเนินงานของหน่วยงานกำกับดูแล ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจและการเมือง

  • กสทช. ควรออกแบบวิธีการ หลัการ ที่มีธรรมาภิบาล โดยมองว่าผู้ให้บริการทุกราย ไม่ว่าจะเป็นรัฐ ราชการ เอกชน ต้องมีต้นทุนในการดำเนินการ

ประมูล MUX ทำได้แต่ต้องมี ธรรมาภิบาล

ปี 2572 จับตาการปรับโครงสร้างทีวีดิจิทัล ไม่ว่าจะมีการประมูล ไม่ประมูล เปลี่ยนวิธีประมูล วันนี้ทุกเรื่องอาจจะยังไม่ชัดเจน แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน และเป็นไปเพื่อ อยู่รอด ลดต้นทุน ป้องกันผูกขาด และหวังว่าจะเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะ ประเด็นที่กำลังมีการพูดถึมาก แม้ว่าโร๊ดแมพทีวีดิจทัล จะยังไม่สะเด็ดน้ำ เมื่อ กสทช. โยนเรื่อง การประมูล MUX หรือ Multiplexer TV Network บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล

การลงทุนต้องสะท้อนต้นทุกโครงข่าย

ผลการศึกษาและบทเรียนจากการดำเนินกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่า การกำหนดรูปแบบใบอนุญาตและการจัดสรรคลื่นความถี่ในรอบใหม่ ไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการแข่งขันด้านราคา แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนโครงข่าย ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ ขณะที่แนวคิดการเปิดประมูลใบอนุญาตโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิทัล หรือ MUX กำลังเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาสำหรับการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยหลังปี 2572

ใครว่า MUX ไม่มีปัญหา

จากการศึกษาปัญหาการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ดิจิทัลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ เมื่อปี 2556 ทำเป็นวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทในปี 2564 พบประเด็นปัญหาหลายด้าน ทั้งการออกแบบหลักเกณฑ์การประมูล การดำเนินงานของหน่วยงานกำกับดูแล ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจและการเมือง ที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

งานศึกษาดังกล่าวเสนอให้พิจารณาทางเลือกในการจัดสรรใบอนุญาตนอกเหนือจากการประมูลแข่งขันราคา อาทิ การคัดเลือกจากคุณสมบัติและแผนการดำเนินงาน (Beauty Contest) หรือการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาต โดยคำนึงถึงสภาพตลาดและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ แม้งานศึกษาจะมุ่งวิเคราะห์การประมูลใบอนุญาตช่องรายการ ไม่ใช่การประมูล MUX โดยตรง แต่ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการออกแบบหลักเกณฑ์การจัดสรรคลื่นในรอบใหม่

รายงานการศึกษาต้นทุนโครงข่ายและการเรียกคืนคลื่นความถี่ ซึ่งจัดทำโดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เสนอสำนักงาน กสทช. ได้วิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนของผู้ให้บริการ MUX ทั้ง 5 โครงข่าย ได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์ 1 โครงข่าย กองทัพบก 2 โครงข่าย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) 1 โครงข่าย และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย 1 โครงข่าย

ผลการศึกษาครอบคลุมต้นทุนสถานีส่งสัญญาณ เสาส่ง กำลังส่ง อุปกรณ์ส่งสัญญาณ ระบบรวมสัญญาณ และระบบสายอากาศ รวมถึงมูลค่าสินทรัพย์และอุปกรณ์เดิมที่ยังมีมูลค่าทางบัญชี องค์ประกอบสำคัญในการคำนวณต้นทุนและผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนโครงข่ายหรือเรียกคืนคลื่นความถี่

กสทช.ต้องมองผู้บริการ MUX ทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน

การกำหนดราคาประมูล MUX ในอนาคตจำเป็นต้องพิจารณาต้นทุนการลงทุนและภาระการดำเนินงานของโครงข่ายควบคู่กัน ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะมูลค่าคลื่นความถี่ เพราะหากภาระต้นทุนสูงเกินไป ผู้ให้บริการอาจส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้ประกอบการช่องรายการในรูปแบบค่าเช่าโครงข่ายที่สูงขึ้น และท้ายที่สุดอาจกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของทั้งอุตสาหกรรม

อีกประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจ คือแนวคิดการปรับโครงสร้างระบบ MUX ให้มีการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน หรือ ONE Network เพื่อลดความซ้ำซ้อนของสถานีส่งและอุปกรณ์ รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา โดยมีการหยิบยกเป้าหมายการลดต้นทุนมาเป็นประเด็นในการอภิปราย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเป้าหมายการลดต้นทุนยังต้องผ่านการศึกษาความเป็นไปได้และประเมินผลกระทบอย่างเป็นระบบก่อนนำไปใช้จริง

สำหรับแนวทางการจัดสรรใบอนุญาตในอนาคต สามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ แบบเดิม ให้ผู้ประกอบการช่องรายการเป็นผู้ประมูลใบอนุญาต และเช่าใช้โครงข่ายจากผู้ให้บริการ MUX แบบประมูล MUX ให้ผู้ให้บริการโครงข่ายเป็นผู้ประมูลสิทธิการใช้คลื่นความถี่และให้บริการแก่ช่องรายการ หรือใช้วิธี Beauty Contest คัดเลือกผู้ให้บริการจากความสามารถทางเทคนิค แผนการลงทุน คุณภาพบริการ และความครอบคลุมของสัญญาณ แทนการใช้ราคาประมูลเป็นเกณฑ์หลัก หรือถ้ามีหลายรายแล้วมีปัญหามาก มีแค่เจ้าเดียวพอ ONE Network ส่งเสริมการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์การคิดค่าเช่าและการเข้าถึงโครงข่ายอย่างเป็นธรรม

ธรรมาภิบาล หัวใจของการกำกับดูแล

ทั้ง 4 แนวทางมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน โดยเฉพาะรูปแบบการประมูล MUX อาจช่วยลดภาระการประมูลของผู้ประกอบการช่องรายการ แต่ต้องมีมาตรการกำกับดูแลเพื่อป้องกันการผูกขาดและการเลือกปฏิบัติในการให้บริการโครงข่าย รวมถึงต้องกำหนดหลักเกณฑ์ค่าเช่าที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

ความสำคัญจะมีมากขึ้นเมื่อประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านใบอนุญาตกิจการโทรทัศน์ดิจิทัล โดยใบอนุญาต MUX จะทยอยสิ้นสุดในปี 2571 ขณะที่ใบอนุญาตช่องรายการโทรทัศน์ดิจิทัลจะสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2572 จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญในการทบทวนโครงสร้างตลาดและกำหนดรูปแบบการอนุญาตรอบใหม่

กสทช. ได้มีการหารือแนวคิดปรับรูปแบบการจัดสรรคลื่น โดยมีข้อเสนอให้พิจารณาเปลี่ยนจากการให้ช่องรายการเป็นผู้ประมูล มาเป็นการให้ผู้ประกอบการ MUX เป็นผู้ได้รับสิทธิการใช้คลื่นและบริหารจัดสรรความจุโครงข่าย อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังต้องผ่านการศึกษาเปรียบเทียบด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ ค่าธรรมเนียม และผลกระทบต่อผู้ประกอบการก่อนที่จะกำหนดเป็นนโยบาย

โจทย์สำคัญของการศึกษาในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงว่าจะเปิดประมูล MUX หรือไม่ แต่ต้องตอบให้ได้ว่าประเทศไทยควรออกแบบระบบใบอนุญาตอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านต้นทุน การแข่งขัน คุณภาพบริการ และความมั่นคงของระบบกระจายเสียงและโทรทัศน์

โดยเฉพาะการพิจารณาว่าควรให้ MUX แข่งขันกันในเชิงพาณิชย์ หรือพัฒนาให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางที่ผู้ประกอบการทุกรายสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม เพราะรูปแบบที่เลือกจะส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างตลาดโทรทัศน์ดิจิทัลในระยะยไการมว่า่ว่าจะใช้วิธีใดในการได้มา ของ ผู้ให้บริการ MUX กสทช. ควรออกแบบวิธีการ หลัการ ที่มีธรรมาภิบาล โดยมองว่าผู้ให้บริการทุกราย ไม่ว่าจะเป็นรัฐ ราชการ เอกชน ต้องมีต้นทุนในการดำเนินการ

การกำหนดนโยบายประมูล MUX หลังปี 2572 จำเป็นต้องตั้งอยู่บนผลการศึกษาที่ครอบคลุมทั้งต้นทุนจริงของโครงข่าย ความต้องการใช้ความจุสัญญาณในอนาคต ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ โดยเป้าหมายสำคัญควรเป็นการสร้างระบบโทรทัศน์ดิจิทัลที่มีต้นทุนเหมาะสม แข่งขันได้ และสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์