ปี 2572 จับตาการปรับโครงสร้างทีวีดิจิทัล ไม่ว่าจะมีการประมูล ไม่ประมูล เปลี่ยนวิธีประมูล วันนี้ทุกเรื่องอาจจะยังไม่ชัดเจน แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน และเป็นไปเพื่อ อยู่รอด ลดต้นทุน ป้องกันผูกขาด และหวังว่าจะเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะ ประเด็นที่กำลังมีการพูดถึมาก แม้ว่าโร๊ดแมพทีวีดิจทัล จะยังไม่สะเด็ดน้ำ เมื่อ กสทช. โยนเรื่อง การประมูล MUX หรือ Multiplexer TV Network บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล
การลงทุนต้องสะท้อนต้นทุกโครงข่าย
ผลการศึกษาและบทเรียนจากการดำเนินกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่า การกำหนดรูปแบบใบอนุญาตและการจัดสรรคลื่นความถี่ในรอบใหม่ ไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการแข่งขันด้านราคา แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนโครงข่าย ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ
ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ ขณะที่แนวคิดการเปิดประมูลใบอนุญาตโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิทัล หรือ MUX กำลังเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาสำหรับการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยหลังปี 2572
ใครว่า MUX ไม่มีปัญหา
จากการศึกษาปัญหาการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ดิจิทัลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ เมื่อปี 2556 ทำเป็นวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทในปี 2564 พบประเด็นปัญหาหลายด้าน ทั้งการออกแบบหลักเกณฑ์การประมูล การดำเนินงานของหน่วยงานกำกับดูแล ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจและการเมือง ที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
งานศึกษาดังกล่าวเสนอให้พิจารณาทางเลือกในการจัดสรรใบอนุญาตนอกเหนือจากการประมูลแข่งขันราคา อาทิ การคัดเลือกจากคุณสมบัติและแผนการดำเนินงาน (Beauty Contest) หรือการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาต โดยคำนึงถึงสภาพตลาดและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ แม้งานศึกษาจะมุ่งวิเคราะห์การประมูลใบอนุญาตช่องรายการ ไม่ใช่การประมูล MUX โดยตรง แต่ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการออกแบบหลักเกณฑ์การจัดสรรคลื่นในรอบใหม่
รายงานการศึกษาต้นทุนโครงข่ายและการเรียกคืนคลื่นความถี่ ซึ่งจัดทำโดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เสนอสำนักงาน กสทช. ได้วิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนของผู้ให้บริการ MUX ทั้ง 5 โครงข่าย ได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์ 1 โครงข่าย กองทัพบก 2 โครงข่าย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) 1 โครงข่าย และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย 1 โครงข่าย
ผลการศึกษาครอบคลุมต้นทุนสถานีส่งสัญญาณ เสาส่ง กำลังส่ง อุปกรณ์ส่งสัญญาณ ระบบรวมสัญญาณ และระบบสายอากาศ รวมถึงมูลค่าสินทรัพย์และอุปกรณ์เดิมที่ยังมีมูลค่าทางบัญชี องค์ประกอบสำคัญในการคำนวณต้นทุนและผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนโครงข่ายหรือเรียกคืนคลื่นความถี่
กสทช.ต้องมองผู้บริการ MUX ทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
การกำหนดราคาประมูล MUX ในอนาคตจำเป็นต้องพิจารณาต้นทุนการลงทุนและภาระการดำเนินงานของโครงข่ายควบคู่กัน ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะมูลค่าคลื่นความถี่ เพราะหากภาระต้นทุนสูงเกินไป ผู้ให้บริการอาจส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้ประกอบการช่องรายการในรูปแบบค่าเช่าโครงข่ายที่สูงขึ้น และท้ายที่สุดอาจกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของทั้งอุตสาหกรรม
อีกประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจ คือแนวคิดการปรับโครงสร้างระบบ MUX ให้มีการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน หรือ ONE Network เพื่อลดความซ้ำซ้อนของสถานีส่งและอุปกรณ์ รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา โดยมีการหยิบยกเป้าหมายการลดต้นทุนมาเป็นประเด็นในการอภิปราย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเป้าหมายการลดต้นทุนยังต้องผ่านการศึกษาความเป็นไปได้และประเมินผลกระทบอย่างเป็นระบบก่อนนำไปใช้จริง
สำหรับแนวทางการจัดสรรใบอนุญาตในอนาคต สามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ แบบเดิม ให้ผู้ประกอบการช่องรายการเป็นผู้ประมูลใบอนุญาต และเช่าใช้โครงข่ายจากผู้ให้บริการ MUX แบบประมูล MUX ให้ผู้ให้บริการโครงข่ายเป็นผู้ประมูลสิทธิการใช้คลื่นความถี่และให้บริการแก่ช่องรายการ หรือใช้วิธี Beauty Contest คัดเลือกผู้ให้บริการจากความสามารถทางเทคนิค แผนการลงทุน คุณภาพบริการ และความครอบคลุมของสัญญาณ แทนการใช้ราคาประมูลเป็นเกณฑ์หลัก หรือถ้ามีหลายรายแล้วมีปัญหามาก มีแค่เจ้าเดียวพอ ONE Network ส่งเสริมการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์การคิดค่าเช่าและการเข้าถึงโครงข่ายอย่างเป็นธรรม
ธรรมาภิบาล หัวใจของการกำกับดูแล
ทั้ง 4 แนวทางมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน โดยเฉพาะรูปแบบการประมูล MUX อาจช่วยลดภาระการประมูลของผู้ประกอบการช่องรายการ แต่ต้องมีมาตรการกำกับดูแลเพื่อป้องกันการผูกขาดและการเลือกปฏิบัติในการให้บริการโครงข่าย รวมถึงต้องกำหนดหลักเกณฑ์ค่าเช่าที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
ความสำคัญจะมีมากขึ้นเมื่อประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านใบอนุญาตกิจการโทรทัศน์ดิจิทัล โดยใบอนุญาต MUX จะทยอยสิ้นสุดในปี 2571 ขณะที่ใบอนุญาตช่องรายการโทรทัศน์ดิจิทัลจะสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2572 จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญในการทบทวนโครงสร้างตลาดและกำหนดรูปแบบการอนุญาตรอบใหม่
กสทช. ได้มีการหารือแนวคิดปรับรูปแบบการจัดสรรคลื่น โดยมีข้อเสนอให้พิจารณาเปลี่ยนจากการให้ช่องรายการเป็นผู้ประมูล มาเป็นการให้ผู้ประกอบการ MUX เป็นผู้ได้รับสิทธิการใช้คลื่นและบริหารจัดสรรความจุโครงข่าย อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังต้องผ่านการศึกษาเปรียบเทียบด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ ค่าธรรมเนียม และผลกระทบต่อผู้ประกอบการก่อนที่จะกำหนดเป็นนโยบาย
โจทย์สำคัญของการศึกษาในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงว่าจะเปิดประมูล MUX หรือไม่ แต่ต้องตอบให้ได้ว่าประเทศไทยควรออกแบบระบบใบอนุญาตอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านต้นทุน การแข่งขัน คุณภาพบริการ และความมั่นคงของระบบกระจายเสียงและโทรทัศน์
โดยเฉพาะการพิจารณาว่าควรให้ MUX แข่งขันกันในเชิงพาณิชย์ หรือพัฒนาให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางที่ผู้ประกอบการทุกรายสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม เพราะรูปแบบที่เลือกจะส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างตลาดโทรทัศน์ดิจิทัลในระยะยไการมว่า่ว่าจะใช้วิธีใดในการได้มา ของ ผู้ให้บริการ MUX กสทช. ควรออกแบบวิธีการ หลัการ ที่มีธรรมาภิบาล โดยมองว่าผู้ให้บริการทุกราย ไม่ว่าจะเป็นรัฐ ราชการ เอกชน ต้องมีต้นทุนในการดำเนินการ
การกำหนดนโยบายประมูล MUX หลังปี 2572 จำเป็นต้องตั้งอยู่บนผลการศึกษาที่ครอบคลุมทั้งต้นทุนจริงของโครงข่าย ความต้องการใช้ความจุสัญญาณในอนาคต ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ โดยเป้าหมายสำคัญควรเป็นการสร้างระบบโทรทัศน์ดิจิทัลที่มีต้นทุนเหมาะสม แข่งขันได้ และสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง




