MRT เริ่มใช้ EMV เต็มระบบ 1 มิ.ย. 69 ยุติบัตรเติมเงินเดิม

27 พ.ค. 2569 - 11:54

  • MRT ยุติใช้งานบัตรเติมเงินเดิม เริ่ม 1 มิ.ย. 2569

  • เปิดทางระบบ EMV แตะจ่าย เชื่อมขนส่งสาธารณะ

  • ผู้โดยสารเปลี่ยนบัตรแมงมุม EMV ฟรี ถึงสิ้นปี 2569

MRT เริ่มใช้ EMV เต็มระบบ 1 มิ.ย. 69 ยุติบัตรเติมเงินเดิม

MRT เปลี่ยนระบบตั๋วครั้งใหญ่ เริ่ม 1 มิ.ย. 69 ปิดฉากบัตรเติมเงินเดิม ดัน EMV เต็มรูปแบบ

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ Bangkok Expressway and Metro เดินหน้ายกระดับระบบจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT ครั้งใหญ่ เตรียมเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จะทำให้บัตร MRT และ MRT Plus แบบเติมเงินเดิม ไม่สามารถใช้เดินทางได้อีกต่อไป ถือเป็นการปิดฉากระบบตั๋วแบบเดิมที่ใช้งานมานานหลายปี และเป็นจุดเริ่มต้นของโครงสร้างตั๋วร่วมดิจิทัลยุคใหม่ของระบบขนส่งสาธารณะไทย

กาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. ระบุว่า แนวโน้มผู้โดยสารที่เลือกใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความพร้อมของผู้ใช้งานในการเข้าสู่ระบบชำระค่าโดยสารแบบดิจิทัล ทำให้ รฟม. และ BEM ตัดสินใจเดินหน้าแผน AFC Migration Plan เพื่อเปลี่ยนระบบจัดเก็บค่าโดยสารเข้าสู่รูปแบบ Account-Based Ticketing (ABT)

ระบบ ABT จะย้ายข้อมูลการเดินทางจาก ‘ตัวบัตร’ ไปเก็บบนระบบเซิร์ฟเวอร์กลาง ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบประวัติการเดินทาง เติมเงิน และจัดการบัญชีผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ได้โดยตรง แตกต่างจากระบบเดิมแบบ Card-Based Ticketing (CBT) ที่ข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บอยู่ภายในบัตร

ภายใต้ไทม์ไลน์การเปลี่ยนผ่าน รฟม. กำหนดให้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ยุติการเติมเงินเข้าบัตร MRT และ MRT Plus ทุกช่องทาง แม้ยังสามารถใช้วงเงินคงเหลือเดินทางได้จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ก่อนยุติการใช้งานอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569

ขณะเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม - 31 ธันวาคม 2569 ผู้โดยสารสามารถนำบัตรเดิมมาขอคืนเงินคงเหลือ หรือเปลี่ยนเป็น ‘บัตรแมงมุม EMV’ ได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการออกบัตร จำกัด 1 คน ต่อ 1 ใบ

สำหรับบัตรแมงมุม EMV จะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักของระบบตั๋วร่วม รองรับการใช้งานทั้ง MRT รถไฟฟ้าสายอื่น รถเมล์ ทางด่วน รวมถึงการใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่รับ Visa และบริการออนไลน์

บัตรดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Student, Adult และ Elder โดยกลุ่มผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับส่วนลดค่าโดยสาร MRT สูงสุด 50% ขณะที่นักเรียน-นักศึกษา อายุ 15-23 ปี ได้รับส่วนลด 10%

นอกจากนี้ ระบบใหม่ยังเปิดให้ผู้โดยสารใช้บัตรเครดิตและบัตรเดบิตแบบ Contactless แตะเดินทางได้ทันที ทั้ง Visa, Mastercard รวมถึงบัตรเดบิต พรีเพด และ UnionPay จากธนาคารที่ร่วมรายการ

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือการผลักดัน ‘ตั๋วร่วม’ ให้เชื่อมโยงระบบขนส่งได้จริง โดยผู้ถือบัตร EMV จะได้รับส่วนลดค่าโดยสารเมื่อเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าตามจุดเชื่อมต่อที่กำหนด เช่น สถานีเตาปูน ลาดพร้าว และศูนย์ราชการนนทบุรี

ขณะที่ในระยะถัดไป รฟม. เตรียมยกเลิกเหรียญโดยสารเที่ยวเดียว หรือ Token ภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 และเปลี่ยนไปใช้ QR Ticket แทน เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งไร้เงินสดเต็มรูปแบบ

การเปลี่ยนระบบครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยน ‘บัตรโดยสาร’ แต่สะท้อนการปรับโครงสร้างระบบขนส่งสาธารณะไทยเข้าสู่มาตรฐานดิจิทัล ที่มุ่งเชื่อมโยงข้อมูล การชำระเงิน และบริการเดินทางไว้บนแพลตฟอร์มเดียวในอนาคต

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์