ธนกร รุดตรวจ เร่งมาบตาพุด เฟส 3

30 ธ.ค. 2568 - 04:51

  • รมว.อุตสาหกรรมลงพื้นที่ระยอง ติดตามท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 เร่งงานช่วงที่ 2 ให้แล้วเสร็จตามเป้า

  • ชูโครงสร้างพื้นฐาน EEC เสริมความมั่นคงพลังงาน-ความเชื่อมั่นนักลงทุน

  • กนอ.รับลูกยกระดับนิคมฯ สู่มาตรฐานสากล คุมสิ่งแวดล้อม-ชุมชนควบคู่ลงทุน

ธนกร รุดตรวจ เร่งมาบตาพุด เฟส 3

มาบตาพุดเฟส 3 หัวใจโครงสร้างพื้นฐาน EEC
รัฐเร่งสปีด ฝ่าคอขวด ลงทุน-สิ่งแวดล้อม-ความเชื่อมั่น

โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยมีบทบาทเชื่อมโยงทั้งมิติอุตสาหกรรม พลังงาน โลจิสติกส์ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ท่ามกลางบริบทที่ประเทศไทยต้องเร่งดึงดูดการลงทุนใหม่ รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย และเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน

อย่างไรก็ดี ตลอดช่วงที่ผ่านมา โครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC รวมถึงมาบตาพุดเฟส 3 เผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งขั้นตอนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การประสานงานระหว่างหน่วยงาน การยอมรับของชุมชนโดยรอบ รวมถึงโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งล้วนเป็น “คอขวด” สำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน หากการก่อสร้างและเปิดใช้งานไม่เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด

moi-map-ta-phut-mtp3-check-SPACEBAR-Photo01.jpg

ล่าสุด ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 โดยเน้นย้ำการเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ EEC เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ธนกร กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้านโยบาย “ฝ่า-ฟัน-ดึง-ดัน” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย โดยพร้อม ‘ฝ่า’ ทุกความท้าทายทางเศรษฐกิจด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลัก อาทิ ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ควบคู่กับการ ‘ฟัน’ ปัญหาโรงงานเถื่อนและการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมด้วยระบบตรวจสอบที่ทันสมัย ขณะเดียวกันยังมุ่ง ‘ดึง’ การลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ EEC และ ‘ดัน’ ผู้ประกอบการไทยและ SMEs ให้เข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียวตามมาตรฐานสากล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังชูโมเดล ‘Smart MTP Port’ ซึ่งนำเทคโนโลยีระบบควบคุมการจราจรทางน้ำ (VTMS) และแผนที่สามมิติ (Metaverse) มาใช้เพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการเดินเรือ พร้อมย้ำแนวนโยบาย MIND ที่เน้นใช้องค์ความรู้ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

ทั้งนี้ การถมทะเลในโครงการระยะที่ 1 แล้วเสร็จ 100% ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ขณะที่การเร่งรัดงานในช่วงที่ 2 ยังคงเป็นภารกิจหลักที่ต้องเดินหน้าให้เป็นไปตามแผน เพื่อไม่ให้กระทบต่อไทม์ไลน์การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์

moi-map-ta-phut-mtp3-check-SPACEBAR-Photo02.jpg

ด้าน สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า พื้นที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (Maptaphut Complex) ปัจจุบันประกอบด้วย 6 นิคมอุตสาหกรรม และ 1 ท่าเรืออุตสาหกรรม มีโรงงานรวม 192 แห่ง มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2 ล้านล้านบาท และการจ้างงานมากกว่า 35,000 คน โดยอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ปิโตรเคมีขั้นปลาย เคมีภัณฑ์ และปิโตรเคมีขั้นกลาง

สำหรับความคืบหน้าโครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 งานในช่วงที่ 1 (MTP 3.1) ซึ่งครอบคลุมการถมทะเลพื้นที่ 1,000 ไร่ และโครงสร้างพื้นฐานหลัก เสร็จสมบูรณ์แล้ว 100% เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 ขณะที่งานช่วงที่ 2 (MTP 3.2) ซึ่งเป็นการก่อสร้างท่าเทียบเรือก๊าซ ท่าเทียบเรือสินค้าเหลว และท่าเทียบเรือบริการ เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 และตั้งเป้าเปิดดำเนินการภายในปี 2569

moi-map-ta-phut-mtp3-check-SPACEBAR-Photo04.jpg

ในมิติสิ่งแวดล้อม กนอ. ระบุว่า ได้ยกระดับการกำกับดูแลผ่านศูนย์ EMCC ที่ใช้เทคโนโลยีตรวจวัดคุณภาพอากาศและน้ำแบบ Real-time รวมถึงระบบบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม IEAT WTMS ซึ่งมีผู้ใช้งานครบ 100% ส่งผลให้พื้นที่มาบตาพุดสามารถรักษามาตรฐานเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศตามแนวทาง SDG I.E. และได้รับประกาศนียบัตร Carbon Neutral Certificate

การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีอุตสาหกรรมในครั้งนี้ จึงสะท้อนความพยายามของภาครัฐในการ ‘เร่งสปีด’ โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ลดคอขวดด้านการลงทุน และยกระดับมาบตาพุดให้เป็นต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมสมัยใหม่ ที่สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ควบคู่กับการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

moi-map-ta-phut-mtp3-check-SPACEBAR-Photo03-1.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์