MINT กำไร Q4 โต 21% ฐานะการเงินแกร่ง

22 ก.พ. 2569 - 09:35

  • โรงแรมหนุน RevPar โตหลายภูมิภาค

  • อาหารขยายสาขา-แฟรนไชส์เดินหน้า

  • หนี้ลด ต้นทุนการเงินปรับดีขึ้น

MINT กำไร Q4 โต 21% ฐานะการเงินแกร่ง

ไมเนอร์ฯ โชว์กำไร Q4 โตเด่น รับแรงหนุนท่องเที่ยว-อาหาร

ดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MINT เปิดเผยว่า บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง โดยกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 21% เป็น 3,472 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ทั้งปีมีกำไรจากการดำเนินงาน 9,700 ล้านบาท

ผลประกอบการได้รับแรงหนุนจากความต้องการเดินทางทั่วโลกที่ยังแข็งแกร่ง กลยุทธ์ด้านราคาและการขายในธุรกิจโรงแรม รวมถึงนวัตกรรมสินค้าและการขยายสาขาในธุรกิจอาหาร ควบคู่กับวินัยด้านต้นทุนและการบริหารเงินทุนเชิงรุก ช่วยยกระดับคุณภาพกำไรและกระแสเงินสด

mint-profit-q4-2568-SPACEBAR-Photo01.jpg

ด้านฐานะการเงินปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ณ สิ้นปี 2568 อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.86 เท่า ลดลงจาก 0.90 เท่า ขณะที่หนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงมาอยู่ที่ 4.60 เท่า สะท้อนการบริหารงบดุลอย่างมีประสิทธิภาพ

mint-profit-q4-2568-SPACEBAR-Photo02.jpg

ธุรกิจโรงแรมภายใต้ Minor Hotels เติบโตโดดเด่น กำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 32% โดย RevPar ในไทยเพิ่มขึ้น 15% มัลดีฟส์เพิ่มขึ้น 13% และยุโรป–อเมริกาเพิ่มขึ้น 6% พร้อมเดินหน้าขยายแบบ Asset-Light และ Branded Residences ซึ่งกลายเป็นกลไกสร้างมาร์จิ้นสูง

mint-profit-q4-2568-SPACEBAR-Photo03.jpg

ขณะที่ Minor Food มีกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 6% จากการฟื้นตัวในออสเตรเลียและจีน และการขยายผ่านโมเดลแฟรนไชส์ โดยเปิดร้านใหม่สุทธิ 32 สาขา

mint-profit-q4-2568-SPACEBAR-Photo04.jpg

ดิลลิป ราชากาเรีย ระบุว่า ปี 2569 บริษัทมีแรงส่งการเติบโตต่อเนื่อง ทั้งการลงนามสัญญาบริหารโรงแรมใหม่ การเติบโตของ Branded Residences และการขยายธุรกิจอาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย พร้อมย้ำการจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัยเพื่อสร้างมูลค่าระยะยาวให้ผู้ถือหุ้น

ทั้งนี้ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) เป็นกลุ่มธุรกิจระดับโลก ดำเนินธุรกิจหลักใน 2 แกนสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร โดยมีพอร์ตโรงแรม 636 แห่ง ครอบคลุม 63 ประเทศ ภายใต้แบรนด์ชั้นนำ อาทิ Anantara, Avani, Oaks และ NH Collection ขณะที่ธุรกิจอาหารมีร้านมากกว่า 2,746 สาขา ใน 26 ประเทศ ภายใต้แบรนด์ยอดนิยม เช่น The Pizza Company, Swensen’s, Sizzler, Dairy Queen และ Burger King รวมถึงเครือข่ายร้านอาหารผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อีกกว่า 1,000 สาขา สะท้อนความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มธุรกิจที่หลากหลายและครอบคลุมตลาดโลก

mint-profit-q4-2568-SPACEBAR-Photo05.jpg
mint-profit-q4-2568-SPACEBAR-Photo06.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์