เจาะปมร้อน ควบรวม “อสมท - ไทยพีบีเอส” ทำได้จริงหรือ? หรือแค่ โยนหินถามทาง ทำเพื่อให้สื่ออยู่รอด หรือ เพื่อใครอยู่รอด หากพิจารณาเรื่องนี้ด้วยใจยุติธรรม เมื่อฝ่ายหนึ่งเป็นองค์กรมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ มีการกระจายหุ้น และความเป็นองค์กรที่ถือหุ้นโดยรัฐ คือกระทรวงการคลัง เรียกตัวเองบ่อยๆ ว่า “รัฐวิสาหกิจ” ขณะที่อีกฝ่าย เป็น “สื่อสาธารณะ” เรียกตัวเองว่า องค์กรสาธารณะ ทั้งสององค์กรจัดตั้ง ด้วยกฎหมายคนละฉบับ เจตจำนงค์ แตกต่างกัน
เรื่องการปฏิรูป โครงสร้างสื่อรัฐ เป็นเรื่อง ที่เกิดขึ้นมานานแล้ว เด่นชัดในช่วยทีวีดิจิทัลเกิดวิกฤต กระแสข่าวบอกว่า กระทรวงการคลังให้เวลา บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT หาพันธมิตรทางธุรกิจภายใน 6 เดือน โดยนำเรื่องที่ดินที่เป็นสินทรัพย์ของอสมท. มาเป็นส่วนหนึ่งของการหาผู้ลงทุน
อีกทางเลือหนึ่งถ้าหาผู้ร่วมลงทุนไม่ได้ คือ การ “ควบรวมกิจการ” กับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) ผู้ที่เอากระแสข่าวนี้มาพูดถึง ยังได้เพิ่มเติมไว้ด้วยว่า หากจะรวมสององค์กรนี้จริงๆ ต้องแก้ไขกฎหมายหลายฉบ้บ
ความเป็นไปได้ในการ รวม องค์กร?
คำถามใหญ่ที่คนในอุตสาหกรรมสื่อและนักกฎหมายตั้งข้อสังเกตคือ “สององค์กรนี้จะควบรวมกันได้ยังไง ในเมื่อเกิดจากฐานกฎหมายที่อยู่กันคนละขั้วตั้งแต่ต้น?”
ความซับซ้อนของการควบรวม คือ อสมท (MCOT) ได้แปลงสภาพตาม พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 มาเป็นบริษัทมหาชนจำกัดและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2547 มีสถานะเป็น "รัฐวิสาหกิจในรูปบริษัทมหาชน" มีหุ้น ผู้ถือหุ้น ทรัพย์สิน หนี้สิน และภาระผูกพันเชิงพาณิชย์
ไทยพีบีเอส (Thai PBS) จัดตั้งตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2501 (ส.ส.ท.) มีสถานะเป็น "หน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ" มีที่มาของทุนในการขับเคลื่อนองค์กรจาก เงินภาษีบาป (สุรา-ยาสูบ) ร้อยละ 1.5 (เพดานไม่เกิน 2,000 ล้านบาท/ปี) เพื่อรักษาสภาพความเป็นอิสระ
แค่คิดเรื่องพันธกิจและความเป็นไปได้ที่จะรวมกันก็ไปคนละทาง เรื่องนี้ไม่ใช่แค่แก้กฎหมายให้รวมกันได้ ผศ.ดร. สกุลศรี ศรีสารคมา รองคณบดี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า การรวมกันทำไม่ได้เพราะ เป้าหมายของทั้งสององค์กรไม่เหมือนกัน การแก้ปัญหาด้วยการควบรวมเป็นวิธีคิดแบบไม่เข้าใจ พันธกิจ สิ่งที่ต้องทำ คือการ define เป้าหมาย กับ value Proposition ของ อสมท.มากกว่า สิ่งที่สำคัญคือ การวิเคราะห์ธุรกิจ ปัญหาและปรับองค์กร
อุปสรรคหลักๆ ที่จะทำให้แตกสลาย มากกว่า การสร้าง Synergy คือ
ถ้าเอาทั้งสององค์กรมารวมกัน ย่อมทำให้ พันธกิจหลักในฐานะสื่อสาธารณะที่มีความเป็นอิสระของ TPBS หมดไปกฎหมาย กำหนดไว้ชัดว่า ไม่ใช่องค์กรของรัฐ ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ ขณะที่ MCOT เป็นองค์กรที่แปรสภาพ มีหุ้น มีเจ้าหนี้ มีผู้ถือหุ้น และแสวงหารายได้ ลักษณะขององค์กรที่แตกต่างกัน จะเอากฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายบริษัทมหาชน มาควบรวมกันโดยตรงเหมือนองค์กรเอกชน สองบริษัท ไม่น่าจะทำได้
MCOT ขาดทุน และมีรายได้ลงลงมาตลอด ถ้าเอาเหตุผลของการควบรวมกับองค์กรเอกชน หรือหาผู้ร่วมทุนมาลงทุน ดูจะเป็นไปได้ แต่จะเอาไปรวมกับ TPBS ถามว่า สื่ออิสระ มีความผิดปกติอะไรถึงต้องไปรวมกับ บริษัทมหาชนที่ขาดทุน
โจทย์ต่อมาที่ เอาสององค์กรมารวมกันยากที่สุด คือ สินทรัพย์ และบุคลากร ที่ทั้งสององค์กรมี สินทรัพย์ ที่มีทั้งใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการทีวีภาคพื้นดิน ผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีภาคพื้นดิน ไม่นับไลน์เซนท์ วิทยุดิจิทัล สถานีในต่างจังหวัด สินทรัพย์ที่เป็น คอนเทนท์ ที่ทีั้งสององค์กรสร้างไว้ ไม่นับ คน ที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่สุดของสององค์กรนี้ บุคลากร คุณภาพ ที่มี วัฒนธรรมองค์กร ไปคนละทาง รักษาพันธกิจ คนละอย่าง แม้เป็นเพื่อนกันในสนาม แต่เอามารวมกัน น่าจะทำได้ยากที่สุด
ประเด็นที่ลืมคิดไม่ได้ คือ องค์กรใหม่ที่เกิดจากการรวมกัน ถ้ารวมกันได้ จะเป็นสื่อสาธารณะ หรือเป็นสื่อมหาชน หุ้นที่กระจายไปแล้ว เอายังไงต่อ ความเป็นสื่อสาธารณะที่มีพันธกิจ ในการเป็นตัวแทนของ ภาคประชาชน ทำยังไงต่อ ความอิสระ หรือความเป็นสาธารณะ จะเป็นเอายังไง เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ เอา A มารวมกับ B เป็น C จะใช้ตรรกะทางธุรกิจ มาคิดไม่ได้
บางทีแนวคิด “รวมกัน เราอยู่” อาจไม่ได้ต้องการให้ ใครคนได้คนหนึ่ง หรือ หรืออยู่รอดไปด้วยกัน แต่ สิ่งที่ทั้งสององค์กรมี อยู่ ทั้ง สินทรัพย์ เงินอุดหนุนองค์กรจากภาษี ถ้ามันจะเปลี่ยนไป หรือไม่ได้อุดหนุนองค์กรใดแล้ว มันจะไปไหน สิ่งนี้อาจเป็นสิ่งที่ ถูกให้ความสำคัญมากกว่า ในสมการที่ถูกพูดถึงก็เป็นไปได้




