ลาวส่งออกไฟฟ้าพุ่ง 80% แต่คนในประเทศยังเผชิญไฟดับซ้ำซาก
ลาวส่งออกไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำจำนวนมากให้แก่ประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งไทยและเวียดนาม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น 'แบตเตอรี่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้' แต่ขณะที่รายได้จากการส่งออกไหลเข้าประเทศ ประชาชนภายในกลับต้องรับมือกับปัญหาไฟดับบ่อยครั้ง สะท้อนความย้อนแย้งของประเทศที่ยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุดโดยสหประชาชาติ
ไฟดับท่ามกลางคืน ผู้ป่วยเสี่ยงอันตราย
ที่โรงพยาบาลรัฐหลักแห่งหนึ่งในกรุงเวียงจันทน์ แพทย์ในแผนกฉุกเฉินกุมารเวชกล่าวว่าตนคุ้นชินกับสถานการณ์ที่อุปกรณ์การแพทย์ดับกะทันหัน ก่อนที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองจะทำงานแทน โดยระบุว่าในช่วง 3 ถึง 6 เดือนที่ผ่านมา ปัญหาไฟฟ้าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และเคยมีกรณีเครื่องช่วยหายใจหยุดทำงานกลางคัน ขณะที่คลินิกอีกแห่งในเมืองเผชิญไฟดับ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากร้านค้าข้างเคียงเมื่อไม่มีเครื่องสำรอง
ส่งออกพุ่ง โครงข่ายในประเทศล้าสมัย
ข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่า ในปี 2023 ลาวส่งออกไฟฟ้าคิดเป็นราวสองในสามของกำลังผลิตทั้งหมด แต่อดีตผู้เชี่ยวชาญของการไฟฟ้าลาว หรือ EDL ระบุว่าตัวเลขปัจจุบันสูงถึงราว 80% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การส่งออกไฟฟ้ารายปีเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า จาก 12 เทระวัตต์-ชั่วโมง เป็น 38 เทระวัตต์-ชั่วโมง และสร้างรายได้ 2.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023
แกรนต์ ฮอเบอร์ ที่ปรึกษาด้านเอเชียจากสถาบัน IEEFA ชี้ว่าสายส่งไฟฟ้าจากโครงการส่วนใหญ่เชื่อมตรงไปยังลูกค้าต่างประเทศ โดยไม่ได้ต่อเข้าโครงข่ายภายในประเทศแต่อย่างใด ประกอบกับโครงข่ายจ่ายไฟของลาวส่วนใหญ่มีอายุย้อนไปถึงทศวรรษ 1970 ทำให้รองรับความต้องการในยุคปัจจุบันได้ยาก
เวียดนามเร่งนำเข้า การเมืองพลังงานซับซ้อน
ตลาดส่งออกหลักของลาวคือไทย แต่เวียดนามเพิ่มการนำเข้าอย่างรวดเร็ว รวมถึงจากโครงการมรสุม วินด์ ฟาร์มลมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อปีที่ผ่านมา เล ฮง เฮียบ นักวิจัยจากสถาบัน ISEAS-ยูซุฟ อิสฮัก ระบุว่าเวียดนามต้องการเพิ่มอิทธิพลเหนือลาวเพื่อถ่วงดุลกับจีน โดยพลังงานทั้งหมดจากโครงการฟาร์มลมมรสุมถูกส่งออกไปยังเวียดนามทั้งสิ้น ไม่มีส่วนใดเหลือสำหรับประชาชนลาว








