บาทแข็งเล็กน้อย ทองพุ่ง ดอลลาร์เด้ง ตลาดเงินผันผวน

21 ม.ค. 2569 - 09:32

  • เงินบาทเปิด 31.02 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อย เคลื่อนไหวไร้ทิศทาง

  • ราคาทองคำทำ All-Time High แต่ดอลลาร์รีบาวด์จากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ

  • ตลาดจับตาเงินเฟ้ออังกฤษ–ท่าทีสหรัฐฯ เสี่ยงเพิ่มความผันผวนค่าเงิน

บาทแข็งเล็กน้อย ทองพุ่ง ดอลลาร์เด้ง ตลาดเงินผันผวน

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ (31.02 บาทต่อดอลลาร์) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 31.05 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ท่ามกลางแรงหนุนจากราคาทองคำที่ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ และแรงกดดันจากการรีบาวด์ของเงินดอลลาร์สหรัฐ

พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา ค่าเงินบาท (USDTHB) แกว่งตัวในกรอบ 31.01–31.12 บาทต่อดอลลาร์ หลังแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องมากกว่าที่คาดในวันก่อนหน้า ตามการพุ่งขึ้นของราคาทองคำ (XAUUSD) จากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป

baht-krungthai-global-market-finance-SPACEBAR-Photo01-1.jpg

อย่างไรก็ดี แม้ราคาทองคำจะยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) แต่เงินบาทกลับไม่ได้รับอานิสงส์มากนัก เนื่องจากเงินดอลลาร์สามารถรีบาวด์แข็งค่าขึ้นได้บ้าง สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี และการอ่อนค่าของสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่อ่อนค่าทะลุระดับ 158 เยนต่อดอลลาร์ จากความกังวลเสถียรภาพการคลังญี่ปุ่น ซึ่งยังส่งแรงกระเพื่อมกดดันบอนด์ยีลด์ระยะยาวทั่วโลก

ตลาดการเงินโลกปิดรับความเสี่ยง กดดันหุ้น-หนุนดอลลาร์

บรรยากาศตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญภาวะปิดรับความเสี่ยงอย่างชัดเจน จากความกังวลนโยบายกีดกันทางการค้ากับ 8 ประเทศยุโรป และความผันผวนในตลาดบอนด์ ส่งผลให้แรงขายหุ้นเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ดัชนี S&P500 ปิดลบ 2.06% ขณะที่ Nasdaq ดิ่งลง 2.39%

ฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวลง 0.70% จากความกังวลสงครามการค้า แม้ยังได้แรงหนุนบางส่วนจากหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น ASML ที่ปรับขึ้น 1.8% และหุ้นกลุ่ม Healthcare อย่าง Novo Nordisk ที่พุ่งขึ้น 3.2%

ในตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทดสอบโซน 4.30% จากแรงกดดันทั้งปัจจัยต่างประเทศและประเด็นเสถียรภาพการคลังสหรัฐฯ โดย Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า แม้กลยุทธ์ Buy on Dip ยังเหมาะสม หลังยีลด์ปรับขึ้นทะลุ 4.20% แต่ผู้เล่นควรรอให้ความผันผวนในตลาดลดลงก่อน เพื่อให้ความคุ้มค่าเชิงความเสี่ยง (Risk-Reward) ดีขึ้น

ด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในลักษณะ Sideways Up หนุนโดยบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้นและภาวะ Risk-Off ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ขยับขึ้นสู่โซน 98.6 จุด ขณะที่ราคาทองคำในตลาด COMEX (สัญญาส่งมอบเดือน ก.พ. 2026) ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่แถว 4,780 ดอลลาร์ต่อออนซ์

จับตาปัจจัยสำคัญ 24 ชั่วโมงข้างหน้า

ตลาดจะติดตามรายงานเงินเฟ้อ CPI อังกฤษ เดือนธันวาคม และถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) รวมถึงท่าทีผู้นำยุโรปในเวที World Economic Forum ต่อมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Donald Trump ในช่วงค่ำตามเวลาไทย ขณะเดียวกันยังต้องจับตาผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์

มุมมองค่าเงินบาทระยะสั้น-กลาง

Krungthai GLOBAL MARKETS ยอมรับว่าเงินบาทแข็งค่ามากกว่าที่ประเมินไว้จากแรงหนุนราคาทองคำ และอาจแข็งค่าต่อได้ หากหลุดระดับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ มีโอกาสทดสอบโซน 30.80–30.85 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ดี เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากการรีบาวด์ของดอลลาร์ ความผันผวนของเงินเยนจากปัจจัยการเมืองและการประชุม BOJ รวมถึงแรงขายบอนด์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติ

ทั้งนี้ หากเงินบาทแข็งค่าหลุด 31.00 บาทต่อดอลลาร์อย่างชัดเจน และแข็งค่าลึกลงไป จะถือว่าแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน โดยโมเดลประเมินมูลค่า (Valuation) ชี้ว่า Fair Value ของเงินบาทอยู่ที่ราว 33–34 บาทต่อดอลลาร์ การแข็งค่าลงสู่โซน 30.50–30.75 บาทต่อดอลลาร์ อาจเพิ่มความเสี่ยงการพลิกกลับมาอ่อนค่าในช่วง 3–6 เดือนข้างหน้า

Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า ความผันผวนของเงินบาทมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินโลก การเมืองสหรัฐฯ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แนะผู้ประกอบการและนักลงทุนใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง เช่น Options หรือสกุลเงินท้องถิ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

กรอบค่าเงินบาทใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า: 30.85–31.10 บาทต่อดอลลาร์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์