กรุงไทยลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี มีผล 22 ธ.ค. 68 ช่วยลดภาระประชาชน-ธุรกิจ รับเศรษฐกิจชะลอ
ธนาคารกรุงไทย ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป สะท้อนบทบาทธนาคารที่ยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลา
ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเปราะบางและความเสี่ยงจากความท้าทายรอบด้าน ส่งผลต่อกำลังซื้อของภาคครัวเรือนและสภาพคล่องของภาคธุรกิจ ธนาคารจึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ประกอบการ SME สนับสนุนการประคองธุรกิจ การจ้างงาน และการดำรงชีวิตของประชาชนให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง
ทั้งนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวยังสอดคล้องกับทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และช่วยเสริมประสิทธิผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดในครั้งนี้ ประกอบด้วย
• อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดลง 0.25% จาก 6.62% เหลือ 6.37% ต่อปี
• อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ลดลง 0.10% จาก 6.50% เหลือ 6.40% ต่อปี
• อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลดลง 0.10% จาก 7.045% เหลือ 6.945% ต่อปี
ขณะเดียวกัน ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในอัตรา 0.05–0.10% ต่อปี ซึ่งเป็นการปรับลดในสัดส่วนที่น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

ผยงกล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ เป็นแนวทางเพิ่มเติมในการดูแลลูกค้า ควบคู่กับมาตรการทางการเงินที่ธนาคารดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม รวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยล่าสุดมีมาตรการพักชำระเงินต้นและยกเว้นดอกเบี้ยไม่เกิน 12 เดือน สำหรับลูกหนี้ในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) ในภาคใต้
นอกจากนี้ ธนาคารยังเดินหน้ามาตรการปรับโครงสร้างหนี้และแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน เช่น โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” รวมถึงเตรียมยกระดับศักยภาพธุรกิจตามแนวทาง Reinvent Thailand ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และมาตรการสนับสนุนสินเชื่อใหม่ โดยอาศัยกลไกค้ำประกันสินเชื่อ SME ของธนาคารแห่งประเทศไทยในระยะถัดไป
ธนาคารกรุงไทยย้ำความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่เป็นมากกว่าสถาบันการเงิน พร้อมยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าและประชาชนในทุกสถานการณ์ เพื่อช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถฟื้นตัว ปรับตัว และก้าวข้ามความท้าทายทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน”


