บาทอ่อน 31.55 ดอลลาร์แข็ง ตลาดลุ้นแรงงานสหรัฐ

2 ก.พ. 2569 - 09:00

  • บาทเปิด 31.55 ต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน

  • ดอลล์แข็ง-ทองพักฐาน หลัง Warsh นั่งประธาน FED

  • สัปดาห์นี้ผันผวน จับตาแรงงานสหรัฐ BOE-ECB และเลือกตั้งไทย

บาทอ่อน 31.55 ดอลลาร์แข็ง ตลาดลุ้นแรงงานสหรัฐ

เงินบาทเปิดอ่อนเล็กน้อย 31.55 บาท/ดอลลาร์ จับตาข้อมูลแรงงานสหรัฐ–ประชุม BOE/ECB สัปดาห์นี้

พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ระดับ 31.55 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 31.43 บาทต่อดอลลาร์

โดยตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าในลักษณะ Sideways Up และมีจังหวะอ่อนค่าทะลุแนวต้าน 31.50 บาทต่อดอลลาร์ เคลื่อนไหวในกรอบ 31.31–31.62 บาทต่อดอลลาร์ ตามการแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับการปรับฐานของราคาทองคำ

แรงกดดันดังกล่าวมาจากการที่ตลาดตอบรับข่าว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลือก Kevin Warsh เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) คนใหม่ ซึ่งผู้เล่นในตลาดประเมินว่า Warsh อาจไม่สนับสนุนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย โดยเฉพาะมาตรการ Quantitative Easing (QE) มากเท่าผู้สมัครรายอื่น ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในระยะสั้น

อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มชะลอลง หลังผู้เล่นบางส่วนรอทยอยขายเงินดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำมีจังหวะรีบาวด์ หลังปรับฐานแรงเกินค่าเฉลี่ยราว -10% จากช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเร็วและแรงเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันกว่า +30% ในสัปดาห์ก่อนหน้า

สัปดาห์ก่อนเงินบาทพลิกอ่อนค่า

พูนระบุว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่า หลังราคาทองคำปรับฐานแรง ขณะที่เงินดอลลาร์รีบาวด์แข็งค่า ภายหลัง Kevin Warsh ได้รับเลือกเป็นประธาน FED คนใหม่

สำหรับสัปดาห์นี้และระยะสั้น มองว่าตลาดการเงินมีความผันผวนสูง โดยต้องติดตาม ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ เป็นสำคัญ รวมถึงผลการประชุม ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตลอดจนความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีอย่าง Alphabet และ Amazon

มุมมองเศรษฐกิจโลก

สหรัฐฯ: ตลาดจับตาข้อมูลแรงงาน อาทิ Nonfarm Payrolls, อัตราว่างงาน, JOLTS Job Openings และ Challenger Job Cuts รวมถึงดัชนี ISM Manufacturing & Services PMI เดือนมกราคม ซึ่งอาจกระทบต่อมุมมองการปรับดอกเบี้ย FED โดยปัจจุบันตลาดคาดว่า FED อาจลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้งในปีนี้ พร้อมติดตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ Government Shutdown

ยุโรป: คาด BOE และ ECB คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75% และ 2.00% ตามลำดับ โดย BOE ยังมีโอกาสลดดอกเบี้ยได้อีกราว 2 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ ECB มีแนวโน้มคงดอกเบี้ย เว้นแต่เศรษฐกิจยูโรโซนจะชะลอตัวแรงกว่าคาด

เอเชีย: ตลาดจับตาผลการเลือกตั้งญี่ปุ่นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อค่าเงินเยนและตลาดบอนด์ ส่วนจีนรอลุ้น PMI ภาคการผลิตและบริการ ขณะที่ RBA อาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยอีก 25bps ส่วน RBI มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยที่ 5.25%

ไทย: ไฮไลท์อยู่ที่การเลือกตั้งและการลงประชามติวันที่ 8 กุมภาพันธ์ รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น PMI ภาคการผลิต ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ และเงินเฟ้อ CPI เดือนมกราคม

แนวโน้มค่าเงินบาท

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า แม้โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทจะเพิ่มขึ้นตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการพักฐานของทองคำ แต่แรงอ่อนค่าอาจชะลอลงจากแรงขายดอลลาร์ของผู้ส่งออก รวมถึงโอกาสที่เงินดอลลาร์จะอ่อนค่าหากข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด

ในเชิงสถิติ เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าราว 2–3% ในช่วง 1 เดือนหลังการเลือกตั้ง ก่อนจะกลับมาเผชิญความผันผวนสูงจากปัจจัยการเมืองในประเทศ

เชิงเทคนิค หากเงินบาทยังไม่อ่อนค่าทะลุ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ แนวโน้มระยะสั้นยังอยู่ในฝั่งแข็งค่า ส่วนระยะกลางจะเปลี่ยนมุมมองก็ต่อเมื่ออ่อนค่าทะลุ 31.80 บาทต่อดอลลาร์ และหลุดโซน 32.00–32.10 บาทต่อดอลลาร์ อย่างชัดเจน

กรอบค่าเงินบาท

กรอบสัปดาห์นี้ อยู่ที่ 31.00–32.00 บาทต่อดอลลาร์
• กรอบ 24 ชั่วโมงข้างหน้า อยู่ที่ 31.40–31.65 บาทต่อดอลลาร์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์