เงินบาทเปิดเช้าแข็งค่าทะลุ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อไทย-ข้อมูลจ้างงานสหรัฐ
Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย รายงานภาวะตลาดการเงินประจำวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นมากจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ สะท้อนแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงต่อเนื่อง และการฟื้นตัวของราคาทองคำ
พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS กล่าวว่า ในช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าต่อเนื่องมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ โดยทะลุแนวรับสำคัญที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และเคลื่อนไหวในกรอบ 32.41-32.72 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยหลักมาจากการที่ตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผลบังคับใช้ แม้จะมีเหตุปะทะทางทะเลเกิดขึ้นในช่วงสั้น ส่งผลให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเริ่มชะลอลง และหนุนให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดคาดการณ์ต่อการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดของธนาคารกลางหลัก
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากแรงหนุนของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาด รวมถึงบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น โดยดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.81% ขณะที่ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.03%
ฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับขึ้น 0.70% โดยได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะ ASML ที่ปรับขึ้นกว่า 3.5% แม้ตลาดยังจับตาทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรปอย่างใกล้ชิด
ในตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 4.42% จากมุมมองของตลาดที่ลดความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อจากภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่าบอนด์ยีลด์ยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวแบบ Two-Way ตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ขณะที่เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY อ่อนตัวลงมาอยู่บริเวณ 98.3 จุด ส่วนราคาทองคำฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง หลังแรงกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลายลงบางส่วน
สำหรับปัจจัยสำคัญในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจะจับตา ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ADP ของสหรัฐฯ, รายงานสต็อกน้ำมันดิบของ EIA, รวมถึง อัตราเงินเฟ้อ CPI ของไทย ซึ่ง Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนเมษายนอาจเร่งขึ้นแตะระดับ 2% ตามผลกระทบจากราคาพลังงานและหมวดอาหารที่ยังอยู่ในระดับสูง
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้น Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่าเงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk จากความไม่แน่นอนของปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แม้โมเมนตัมการอ่อนค่าจะเริ่มอ่อนแรงลง และมีโอกาสทยอยแข็งค่าได้เพิ่มเติมหากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลายลงต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากยังมีแรงกดดันจากกระแสเงินปันผลที่จ่ายให้นักลงทุนต่างชาติ รวมถึงความเสี่ยงจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่อาจยังไหลออกจากตลาดทุนไทย
ทั้งนี้ ประเมินแนวรับสำคัญของเงินบาทไว้ที่ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับเชิงเทคนิคที่ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านระยะสั้นอยู่ในช่วง 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์
กรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะเคลื่อนไหวในช่วง 32.30-32.60 บาทต่อดอลลาร์




