ขวัญไชย แจ้ง ม157  ประธาน กสทช ขัดคำวินิจฉัยกก สรรหาฯ

11 ส.ค. 2569 - 16:42

  • ทนายความ ระบุ ประธานกสทช. รักษาการเลขาฯ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

  • คำฟ้องระบุ ประธาน กสทช.มีปัญหาคุณสมบัติ แต่ยังดึงดัน ทำหน้าที่ประชุม กรรมการ

  • ขอให้พนักงานสอบสวน กองปราบปราม เร่งทำการสอบสวน ตามข้อกล่าวหา

ขวัญไชย แจ้ง ม157  ประธาน กสทช ขัดคำวินิจฉัยกก สรรหาฯ

ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ขวัญไชย ปัจจายา นักกฎหมาย เดินทางเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวม 3 ราย ได้แก่ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.,ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ และรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. และอรดา เทพยายน ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีคำวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ว่า ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ส่งผลให้ถือเป็นการสละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่ง และพ้นจากตำแหน่งกรรมการและประธาน กสทช. มีผลให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกร้องทั้ง 3 รายกลับไม่ยอมรับคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยอ้างว่ายังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง พร้อมทั้งมีการออกหนังสือยืนยันการจัดประชุม และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสนับสนุนการดำรงตำแหน่งของศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ อย่างต่อเนื่อง

ขวัญไชยระบุพฤติการณ์ความผิดแบ่งเป็นรายบุคคล ดังนี้ รักษาการ เลขาธิการ กสทช. และพวก เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 91 เนื่องจากมีอำนาจหน้าที่จัดระเบียบการประชุม กสทช. ให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับไม่ดำเนินการห้ามปรามหรือจัดให้มีการเลือกรักษาการประธานขึ้นแทน ทั้งยังออกหนังสือยืนยันการประชุมเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในลักษณะกล่าวอ้างว่าการไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่อาจเข้าข่ายลดทอนพระราชอำนาจ

นพ. สรณ แม้ผลคำวินิจฉัยจะทำให้ขาดสถานะเจ้าพนักงานแล้ว แต่การดึงดันเข้าทำหน้าที่ประธานในการประชุมวันที่ 5 ถึง 6 สิงหาคม 2569 จนทำให้กรรมการ กสทช. เสียงส่วนใหญ่ต้องบอยคอตออกจากห้องประชุม ถือเป็นการสมคบคิด จึงเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และอาจเข้าข่ายแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ตามมาตรา 145 อีกด้วย

จึงขอนำหลักฐานยื่นประกอบการร้องทุกข์ ได้แก่ คำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ 1/2569, หนังสือสำนักงาน กสทช. ด่วนที่สุด ที่ สทช 2001/2343 และภาพอินโฟกราฟิกการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยขอให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามเร่งสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเหตุเกิดในพื้นที่สำนักงาน กสทช. แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องกันตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม ถึง 6 สิงหาคม 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริหารงานขององค์กรและประโยชน์สาธารณะ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์