Kevin Warsh ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดี Donald Trump ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) เตรียมเผชิญการสอบสวนสำคัญต่อหน้าสภาสูงวันอังคารที่ 28 มกราคม พร้อมยืนยันจุดยืนเรื่องความเป็นอิสระของนโยบายการเงิน
การสอบสวนจะเริ่มขึ้นเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (14.00 น. GMT) ณ คณะกรรมการธนาคารของสภาสูง ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ Warsh ต้องผ่านให้ได้เพื่อจะเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน Jerome Powell ที่จะหมดวาระในวันที่ 15 พฤษภาคม
การต่อสู้ทางการเมืองเบื้องหลัง
บรรยากาศการสอบสวนครั้งนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อสมาชิกพรรคเดโมแครตทั้ง 11 คนในคณะกรรมการร่วมกันเรียกร้องให้เลื่อนกระบวนการพิจารณาออกไป จนกว่าการสอบสวนแยกต่างหากที่เกี่ยวข้องกับ Powell และ Lisa Cook ผู้ว่าการธนาคารกลางจะสิ้นสุดลง
แม้กระทั่งในแถวพรรครีพับลิกัน วันเดอร์ Thom Tillis ก็ได้ประกาศจุดยืนที่จะปิดกั้นการแต่งตั้งผู้สมัครทุกคนของเฟด รวมถึง Warsh จนกว่ากระทรวงยุติธรรมจะยุติการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับ Powell
คำมั่นสัญญาต่อความเป็นอิสระ
จากร่างคำกล่าวเปิดงานที่สื่อมวลชนได้รับทราบ Warsh จะเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการรักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลาง โดยระบุว่า "ผมยืนยันที่จะรับประกันให้การดำเนินนโยบายการเงินยังคงเป็นอิสระอย่างเคร่งครัด"
เขายังเสริมว่าการที่ผู้นำที่ได้รับเลือกตั้งแสดงความคิดเห็นเรื่องอัตราดอกเบิ้ยนั้นไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อความเป็นอิสระในการดำเนินงานของนโยบายการเงิน และเพิ่มว่า "นักการเงินกลางต้องแข็งแกร่งพอที่จะรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย"
ท้าทายเรื่องเงินเฟ้อและประวัติส่วนตัว
นอกจากประเด็นทางเศรษฐกิจแล้ว Warsh ยังคาดว่าจะเผชิญคำถามเกี่ยวกับความมั่งคั่งส่วนตัวและความสัมพันธ์ในอดีตกับ Jeffrey Epstein อดีตผู้กระทำผิดทางเพศที่เสียชีวิตแล้ว
เรื่องเงินเฟ้อเป็นอีกประเด็นสำคัญที่เขาจะต้องตอบ โดย Warsh ระบุในร่างคำกล่าวว่า "เงินเฟ้อเป็นเรื่องของการเลือก และเฟดต้องรับผิดชอบต่อมัน" พร้อมเน้นว่าการเพิ่มขึ้นของราคาก่อให้เกิด "ความเสียหายอย่างรุนแรง" ต่อประชาชน
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
David Wessel นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Brookings Institution มองว่าการสอบสวนครั้งนี้สำคัญมากเพราะเป็นโอกาสแรกของ Warsh ในการแสดงให้เห็นว่าเขาตั้งใจจะเป็นนักการเงินกลางที่น่าเชื่อถือและเป็นอิสระ
ขณะเดียวกัน James Knightley นักเศรษฐศาสตร์จาก ING ชี้ให้เห็นว่าจุดสนใจหลักจะอยู่ที่การดูว่า Warsh มีจุดยืนใกล้เคียงกับประธานาธิบดีในเรื่องการลดอัตราดอกเบิ้ยมากน้อยแค่ไหน โดยในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดระหว่างปี 2006-2011 Warsh ถือเป็นฝ่าย "หยี่ห้อ" ที่สนับสนุนการควบคุมเงินเฟ้อด้วยการรักษาอัตราดอกเบิ้ยในระดับสูง






