ท่ามกลางการเร่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการปฏิรูประบบราชการเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระบวนการยุติธรรมซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจและการลงทุน กำลังเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุด สำนักงานศาลยุติธรรม จับมือ ธนาคารกรุงไทยยกระดับระบบ e-Filing ภายใต้แนวคิด “e-Filing for the Future: จุดเปลี่ยนสู่ศาลยุติธรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี”
ความร่วมมือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ Modern Innovation ที่มุ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรม ลดขั้นตอน ลดต้นทุน และเพิ่มความโปร่งใส เปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม พร้อมปูทางสู่ “ศาลดิจิทัล” อย่างครบวงจร
ธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า สำนักงานศาลยุติธรรมให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบงานที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ตามยุทธศาสตร์ Modern Innovation ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของศาล แต่ยังช่วยสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงความยุติธรรม

ทั้งนี้ การพัฒนาระบบ e-Filing ยังยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ผ่านแนวคิด Design Thinking เพื่อให้ระบบใช้งานได้จริง มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร ที่ช่วยลดการใช้กระดาษ และยกระดับการให้บริการของศาลให้สอดคล้องกับสังคมดิจิทัล
ด้าน ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารมีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับสำนักงานศาลยุติธรรมในการพัฒนาระบบ e-Filing ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างหลักนิติธรรม (Rule of Law) อันเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ที่มุ่งให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรม และสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผล โปร่งใส และครอบคลุมในทุกระดับ ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนหลักของการขับเคลื่อนประเทศภายใต้แนวทาง Reinvent Thailand
ข้อมูลจากสำนักงานศาลยุติธรรมระบุว่า ระบบ e-Filing ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง โดยในปี 2568 คดีแพ่งรับใหม่ในศาลที่มีการใช้งาน e-Filing คิดเป็นสัดส่วนถึง 85% ของคดีแพ่งทั้งหมด หรือราว 890,984 คดี มีผู้ใช้งานในระบบทั้งเจ้าหน้าที่และผู้พิพากษา 14,590 คน และทนายความ 33,758 คน สะท้อนความพร้อมของทั้งประชาชนและหน่วยงานภาครัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่กระบวนการยุติธรรมดิจิทัล
สำหรับบทบาทของธนาคารกรุงไทยในความร่วมมือนี้ คือการเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทำงานร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรมอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การพัฒนาระบบ การเชื่อมโยงข้อมูลยืนยันตัวตนผ่าน Digital ID ระบบการชำระเงินสำหรับ e-Filing การนำโซลูชัน e-Form มาช่วยลดขั้นตอนและเอกสาร ไปจนถึงการวางมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในระดับเดียวกับระบบธนาคาร
ความร่วมมือระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมและธนาคารกรุงไทยในครั้งนี้ จึงไม่เพียงยกระดับกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเข้าถึงได้มากขึ้น แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของสังคม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว



