ผู้ประท้วงหลายร้อยคนออกมาชุมนุมบนท้องถนนในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระหว่างการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก เพื่อเรียกร้องให้สถาบันการเงินระหว่างประเทศทั้งสองปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานกับประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะนโยบายกดดันให้รัฐบาลต่างๆ ตัดลดการใช้จ่ายสาธารณะ
สมบัติ เชือกรอด เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว เดินทางกว่า 200 กิโลเมตรมาร่วมการชุมนุม พร้อมเรียกร้องว่า คนไทยยากจนอยู่แล้ว อย่าทำให้พวกเขายากจนลงไปกว่านี้อีก ขณะที่ผู้จัดงานชุมนุมเรียกร้องให้ IMF หันมาให้ความสำคัญกับการจัดหาเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศและการปฏิรูปภาษี แทนการบังคับให้รัฐบาลตัดเงินอุดหนุนและงบประมาณด้านสวัสดิการสังคม
ลิดี นาคปิล หนึ่งในผู้จัดการชุมนุม ระบุว่า รัฐบาลในกลุ่มประเทศโลกใต้กำลังถูกบีบให้ลดงบด้านสาธารณสุข การศึกษา และการคุ้มครองทางสังคม เพียงเพื่อชำระหนี้แก่ประเทศร่ำรวยและเจ้าหนี้เอกชน ด้าน อมิตาภ เบฮาร์ ผู้อำนวยการบริหารองค์กรออกซ์แฟม เตือนว่าโลกกำลังเผชิญวิกฤตความเหลื่อมล้ำ และนโยบายรัดเข็มขัดของ IMF อาจนำไปสู่การขึ้นราคาสินค้าและภาวะขาดแคลนอาหาร
เปตยา โควา บรูคส์ รองหัวหน้าฝ่ายวิจัยของ IMF ยอมรับว่าสถานการณ์ของประเทศเปราะบางนั้นยากลำบากกว่า แต่ยืนกรานว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปรับสมดุลทางการคลัง ขณะที่โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติเตือนว่า หากยกเลิกเงินอุดหนุนด้านพลังงานและอาหารทั้งหมด อาจทำให้ประชาชนกว่า 130 ล้านคนตกสู่ความยากจน
คริสตินา ซีกัล-โนลส์ จากมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์ เสนอแนวทางปรับทิศทางการเติบโตและการลงทุน ที่จะเพิ่มเงินทุนให้ประเทศที่ต้องการในอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ แทนการบีบให้เลือกระหว่างการกู้เงินราคาแพงหรือตัดงบพัฒนาประเทศ






