การเฝ้าระวังความปลอดภัยภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่โหมดเข้มข้นรับช่วงฤดูร้อนและเทศกาลสงกรานต์ หลังความเสี่ยงอัคคีภัยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากสภาพอากาศแห้งแล้งและการเดินเครื่องจักรต่อเนื่อง โดย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สั่งกำชับผู้ประกอบการทั่วประเทศยกระดับมาตรการป้องกัน พร้อมเน้นโรงงานกลุ่มเสี่ยงต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูแล้งอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้หลายโรงงาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรหนักและเกี่ยวข้องกับสารไวไฟ มีความเสี่ยงเกิดอัคคีภัยและอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น ยิ่งในช่วงวันหยุดยาว เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมักเกิดเหตุเพลิงไหม้ซ้ำซากจากความร้อนสะสมและการดูแลที่ลดลง
เพื่อรับมือสถานการณ์ดังกล่าว กนอ.ได้ออก 4 มาตรการเข้ม ครอบคลุมการควบคุมจุดเสี่ยง การปฏิบัติตามกฎหมาย การตรวจสอบเครื่องจักร และการเตรียมแผนฉุกเฉิน โดยเฉพาะโรงงานที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงและสารเคมีไวไฟ เช่น พลาสติก ยาง สี กระดาษ และสิ่งทอ ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการจัดเก็บและควบคุมแหล่งกำเนิดประกายไฟอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังเน้นให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการตรวจสอบ บำรุงรักษา และเสริมทักษะด้านความปลอดภัยให้กับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน
ขณะเดียวกัน กนอ. ได้เตรียมความพร้อมศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย รองรับเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ลดความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
การยกระดับมาตรการครั้งนี้ สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการ “ปิดความเสี่ยงเชิงระบบ” ของภาคอุตสาหกรรมไทย ในช่วงเวลาที่ความเปราะบางเพิ่มขึ้น ทั้งจากสภาพอากาศและจังหวะวันหยุดยาว เพื่อให้ภาคการผลิตเดินหน้าต่อได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาลสำคัญของประเทศ





