สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ย้ำเป้าหมายก้าวสู่ผู้เล่นระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งพลังงานหมุนเวียนในยุโรป แพลตฟอร์ม LNG Trading ทั่วโลก DATA Center และ AI ตั้งเป้ารายได้โต 10-15% ในปีนี้
ควบรวม INTOUCH - AIS ถือว่ามาถูกทาง
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF กล่าวว่า การประเมินภาพรวมผลประกอบการที่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมองว่าการลงทุนใน INTOUCH ก่อนควบรวมเปลี่ยนเป็น AIS นั้นถือว่าตัดสินใจถูกต้อง เพราะให้ผลตอบแทนในช่วงที่ผ่านมาได้ค่อนข้างดี และมั่นใจว่าผลประกอบการของ AIS จะยังคงมีความมั่นคงต่อเนื่อง แม้จะมีผลกระทบเล็กน้อยจากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้กำลังซื้อที่หายไป แต่มองว่าไม่ถึงขั้นวิกฤต เพราะการใช้มือถือยังเป็นสิ่งจำเป็นของชีวิตประจำวัน
คาด อีก 4-5 ปี Data Center และ AI ให้ผลตอบแทนที่ดี
ธุรกิจData Centerและ AI ถูกเน้นว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยสารัชถ์มองว่าต้องรอประมาณ 4-5 ปีจึงจะเห็นผลตอบแทนที่ชัดเจน พร้อมแบ่งประเภท Data Centerออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ Hyperscale จากผู้เล่นต่างชาติอย่าง Microsoft, Amazon และ Google และกลุ่ม Co-location ที่เปิดให้เช่าพื้นที่แก่ลูกค้าทั่วไป
เขาแสดงความกังวลต่อปรากฏการณ์ "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" ในวงการ Data Centerที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาจองพื้นที่ ใช้แรงงานและผู้รับเหมาจากต่างประเทศ แล้วส่งเงินออกนอกประเทศ โดยไม่ได้สร้างประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจไทยมากนัก พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามากำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เช่นเดียวกับที่สิงคโปร์กำหนดสัดส่วนการใช้แรงงานท้องถิ่นขั้นต่ำ
สงครามกระทบน้อย มั่นใจระยะกลางถึงยาวไม่มีปัญหานำเข้า LNG
จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สารัชถ์กล่าวว่า สงครามในตะวันออกกลางกระทบกับทุกคนไม่ว่ามากหรือน้อย แต่ยืนยันว่าส่งผลกระทบต่อบริษัทไม่มากนัก ส่วนที่กระทบบ้างคือการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ผ่านมามีปัญหาเรือขนส่งติดค้าง 1 ลำ แต่สามารถนำเข้าจากไนจีเรียทดแทนได้ ซึ่งถือเป็นการบริหารความเสี่ยงด้านซัพพลายที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว และมั่นใจว่าในระยะกลางถึงยาวจะไม่น่าจะมีปัญหาการนำเข้า LNG แม้ราคาอาจผันผวนตามตลาด
ส่วนที่จะมีผลกระทบบ้างคือค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่า Ft หากรัฐบาลไม่ปรับขึ้น ก็จะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทบ้าง โดยเฉพาะการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วนราว 7% ของลูกค้าทั้งหมด

ค่าไฟฟ้าเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่พลังงานหมุนเวียนยังต้องคู่กับโรงไฟฟ้าก๊าซ
สารัชถ์ประเมินว่าอัตราค่าไฟฟ้าเริ่มมีความมั่นคงมากขึ้น เพราะพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะโซลาร์และลม มีข้อจำกัดด้านความต่อเนื่อง เช่น โซลาร์ใช้งานได้เต็มที่เพียงวันละ 4 ชั่วโมง จึงยังจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคู่ขนานเพื่อบาลานซ์ระบบ เว้นแต่จะลงทุนในแบตเตอรี่สำรองหลายแสนล้านบาท ซึ่งยังไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์
ส่วนพลังงานนิวเคลียร์แบบ SMR แม้น่าสนใจแต่ยังอยู่ในช่วงทดสอบ และมองว่าสังคมไทยยังไม่พร้อมรับความเสี่ยงด้านกัมมันตภาพรังสี
ปักหมุดยุโรป & Global LNG Trading
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF มองว่าอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะแนวโน้มการเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี ที่ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเลือกซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายใดก็ได้ ซึ่งหลายประเทศในยุโรปเดินหน้าไปแล้ว และไทยเองก็มีแนวโน้มเป็นทิศทางนั้น
กัลฟ์วางตัวเองเป็นผู้เล่นหลักในการเปลี่ยนผ่านนี้ ผ่านธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในยุโรป แพลตฟอร์ม LNG Trading ระดับโลก Data Center และ AI ที่ไม่ได้จำกัดแค่ตลาดไทย แต่มุ่งสู่ Global Scale อย่างแท้จริง พร้อมย้ำหลักการสำคัญที่ยึดถือตลอดมาคือดำเนินธุรกิจตามกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว

บริษัทยังสามารถขยายโครงการขนาดใหญ่ได้
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ยุพาพิน วังวิวัฒน์ กล่าวว่าปัจจุบันบริษัทฯมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ระดับ 0.9 เท่า ถือว่าเป็นระดับที่ต่ำมาก เนื่องจากมีการควบรวมกับ INTUCH ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯเพิ่มขึ้นอย่างมากจึงทำให้สามารถขยายการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ได้ต่อไป ส่วนต้นทุนด้านเงินกู้ของทั้งทั้งกลุ่มบริษัทอยู่ที่ระดับ 3% ต่อปี แบ่งเป็นดอกเบี้ยคงที่ 95% และลอยตัวระดับ 5% จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันอัตราหนี้สินต่ออิบิด้า (Net Debt to EBITDA) ของ GULF อยู่ในระดับค่อนข้างสูง เนื่องจากมีโครงการที่อยู่พัฒนาจำนวนหลายโครงการ ซึ่งแต่ละโครงการต้องใช้เวลาก่อสร้างหลายปี ในขณะที่ EBITDA ยังไม่ได้เข้ามาก็อาจทำให้สัดส่วนอยู่ในระดับสูง แต่เมื่อโครงการเปิดดำเนินการแล้วจะรับรับรู้กระแสเงินสดในระยะยาว ซึ่งมองว่า Net Debt to EBITDAของบริษัทจะเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป เพราะจะมีรายได้จากโครงการที่ทยอย COD เข้ามามากขึ้น นอกจากนี้ยืนยันบริษัทไม่มีแผนเพิ่มทุนในตอนนี้
พร้อมเผยแผนเสริมสภาพคล่องด้วยการออกหุ้นกู้รวมราว 35,000 ล้านบาทในปีนี้ แบ่งเป็นหุ้นกู้ในต่างประเทศ 15,000 ล้านบาท และหุ้นกู้ในประเทศอีกประมาณ 20,000 ล้านบาทช่วงปลายปี นอกจากนี้ยังมีแผน Asset Monetization ขายสินทรัพย์ขนาดเล็กเพื่อนำเงินคืนหนี้หรือลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10-15% เพิ่มกำลังการผลิตใหม่เกือบ 700 เมกะวัตต์
ในส่วนของรายได้นั้น ได้คาดการณ์รายได้ปี 2569 เติบโต 10-15% โดยมีแรงหนุนจากโครงการใหม่ที่จะเปิดดำเนินการรวมเกือบ 700 เมกะวัตต์ จากพลังงานหมุนเวียนในประเทศ นอกจากนี้รายได้ยังมาจากธุรกิจ LNG ในสหรัฐอเมริกาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงมากจากดาต้าเซ็นเตอร์ และรายได้ดาต้าเซ็นเตอร์จาก GS อีกส่วนหนึ่ง พร้อมเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจาก 17% ในปัจจุบันไปสู่ 40% ภายในปี 2576





