ท่ามกลางวิกฤตความผันผวนของโลกในศตวรรษที่ 21 ทั้งข้อตกลงทางภูมิรัฐศาสตร์ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) ร่วมกับ องค์กรสหประชาชาติ (UN) เปิดฉากงาน GCNT Expo 2026 อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด From SHOCK to SHIFT: Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World จากวิกฤตโลก สู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน นับเป็นครั้งที่ 2 ของเวทีรวมพลังเครือข่ายความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและเปลี่ยนแรงกระแทกของโลกให้เป็นโอกาสในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตอย่างเป็นรูปธรรม
ความพิเศษของงานในครั้งนี้ทวีความเข้มข้นขึ้นด้วยการได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในกิจกรรมคู่ขนานของการประชุมประจำปี 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคม ตอกย้ำว่ายุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสีเขียว (Green Transition) คือวาระสำคัญสูงสุดของระบบการเงินและเศรษฐกิจโลก

พลังเครือข่าย GCNT: เปลี่ยน Shock เป็น Shift ด้วยการลงมือทำ
คุณศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) และรองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวเปิดงานพร้อมประกาศทิศทางการขับเคลื่อนความยั่งยืนของสมาชิกกว่า 160 องค์กร ชี้ให้เห็นว่าโลกเหลือเวลาอีกไม่ถึง 4 ปีในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายในปี 2030 ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 15% ของเป้าหมายย่อยทั่วโลกที่มีแนวโน้มสำเร็จ
“โจทย์สำคัญของเราทุกคนคือ เราจะสร้างศักยภาพ ความมั่นคง และโอกาสของคน ให้เติบโตทันกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความเสี่ยงที่ตามมาได้อย่างไร ความยั่งยืนต้องไม่ทำงานแบบแยกส่วน (Silo) แต่ต้องเปลี่ยนจาก Action สู่ Impact ที่วัดผลได้จริง โดยมี ‘คน’ เป็นศูนย์กลาง และต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
— คุณศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย กล่าว

นอกจากนี้ คุณศุภชัยยังเน้นย้ำถึงภัยคุกคามรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบถึงค่าครองชีพ ภัยแล้งที่ลดทอนรายได้เกษตรกร และความเสี่ยงจากเทคโนโลยีอย่าง AI ที่อาจขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำหากผู้คนเข้าไม่ถึง พร้อมชวนผู้ร่วมงานขับเคลื่อนสู่อนาคตด้วยหลัก “4 One” ประกอบด้วย
· One Action หนึ่งเรื่องที่จะเริ่มทำ
· One Partnership หนึ่งความร่วมมือที่จะเริ่มสร้าง
· One Measurement หนึ่งผลลัพธ์ที่จะเริ่มวัด
· One Story หนึ่งประสบการณ์ที่จะนำไปแบ่งปัน
เพราะหัวใจของการเปลี่ยนผ่าน ไม่ใช่เพียงการรู้ว่าต้องเปลี่ยนอะไร แต่คือการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง และขยายผลต่อไปผ่านความร่วมมือ

ถ้อยแถลง UN จากคำมั่นสัญญา สู่บทพิสูจน์ผลลัพธ์จริง
คุณมิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเร่ ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวถ้อยแถลงถึงสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญช่องว่างเงินทุนด้าน SDGs สูงถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยย้ำว่าแรงกระแทก (Shock) จะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหากขาดภาวะผู้นำและการจัดสรรเงินทุนที่ตรงจุด พร้อมเสนอ 3 การเปลี่ยนผ่านสำคัญ ได้แก่
· From Ambition to Accountability (จากคำมั่นสู่ความรับผิดชอบ) ก้าวข้ามการประกาศเป้าหมาย สู่การพิสูจน์ผลลัพธ์จริงในการลดก๊าซเรือนกระจก ปกป้องพื้นที่ธรรมชาติ 30% และการลงทุนในทุนมนุษย์ 1 ล้านคน
· From Commitment Capital to Capital at Work (จัดสรรเงินทุนขับเคลื่อนจริง) ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการเงินเพื่อความยั่งยืน ให้บูรณาการเข้ากับการอนุมัติสินเชื่อ การลงทุน และการประกันภัย ควบคู่กับโครงการที่พร้อมต่อการลงทุน (Investment-ready)
· From Leading Companies to Leading Ecosystems (สร้างระบบนิเวศร่วมกัน) ยกระดับองค์กรใหญ่ให้เป็นพี่เลี้ยง ถ่ายทอดทรัพยากร เทคโนโลยี และองค์ความรู้แก่ SMEs ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของห่วงโซ่อุปทานไทย

“สิ่งสำคัญคือเราต้องเดินหน้าต่อ ยึดมั่นในสิ่งที่กำลังทำได้ดี และก้าวไปให้ไกลกว่าเดิม” คุณมิเกลล่า กล่าวพร้อมทิ้งท้ายว่า การเปลี่ยนผ่านที่ประเทศไทยต้องเดินหน้าคือ จากคำมั่นสู่บทพิสูจน์ จากเงินทุนสู่การลงมือทำ และจากบริษัทผู้นำสู่ระบบนิเวศที่นำไปด้วยกัน
นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก Ms. Sanda Ojiambo, Executive Director of the UN Global Compact ร่วมส่งสารผ่านวีดิทัศน์ ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนประเทศไทยให้เป็นบทเรียนต้นแบบของภูมิภาค

วาระแห่งชาติ “Nature Positive” นวัตกรรมและวิทยาศาสตร์ทางรอดไทย
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประธานในพิธีเปิดกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ทางรอดประเทศไทยฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน”โดยระบุว่ารัฐบาลมุ่งปรับยุทธศาสตร์การทำงานด้วยแนวคิด Backcasting หรือการวางยุทธศาสตร์ย้อนกลับจากเป้าหมายอนาคต เพื่อเปลี่ยนจากการจ่ายงบเยียวยาภัยพิบัติซ้ำซาก มาเป็นการลงทุนเชิงป้องกันระยะยาว
รองนายกรัฐมนตรี ประกาศผลักดัน “Nature Positive” ให้เป็นวาระแห่งชาติ (National Agenda) ที่ทุกกระทรวงต้องขับเคลื่อนร่วมกัน โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีวิเคราะห์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) เพื่อคืนความสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศ ควบคู่กับการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งสร้างรายได้จริงให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน

“เราไม่สามารถบอกให้คนทำ Nature Positive ในขณะที่พวกเขาไม่มีข้าวจะกินได้ รัฐบาลจะรับความเสี่ยงในการลงทุนงานวิจัยเชิงลึกและโรงงานต้นแบบ เพื่อให้ภาคเอกชนนำไป Scale Up ต่อได้ เช่น การเปลี่ยนข้าวธรรมดาเป็น ‘ข้าวที่เป็นยา’ หรือการทำให้เกษตรกรเห็นว่า ‘การไม่เผาป่าทำให้เขารวยขึ้น’ นี่คือหัวใจของการฟื้นธรรมชาติพร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต”
— ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถา

ภาพรวมไฮไลท์กิจกรรมตลอด 3 วันจัดเต็ม
สำหรับงาน GCNT Expo 2026 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ True Digital Park โดยแบ่งพื้นที่เรียนรู้และขับเคลื่อนออกเป็น 4 โซนหลัก เพื่อส่งต่อ Policy Compass, Roadmap และ Business Playbook ที่นำไปใช้ได้ทันที โดยมีกิจกรรมน่าสนใจ อาทิ
· MAIN STAGE เวทีเสวนาทิศทางนโยบายระดับผู้นำองค์กร รัฐ-เอกชน-UN เพื่อวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ Economic Transition และ Carbon Pricing
· SIDE STAGE (Tomorrow's Business Playbook) เจาะลึกเครื่องมือ คู่มือปฏิบัติการ และกรณีศึกษาเพื่อหนุน SMEs ปรับตัวรับกฎเกณฑ์โลก เช่น CBAM และ ESG Disclosure
· Exhibition (SDGs Journey) พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมและโซลูชันเพื่อความยั่งยืนจากองค์กรชั้นนำ และภาคีเครือข่าย GCNT
· Interactive Workshop (From Insight to Action) ห้องปฏิบัติการเชิงลึก ลงมือวาง Action Plan 6–24 เดือนเพื่อนำกลับไปใช้นำองค์กร



เพราะความยั่งยืนในวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของอนาคต แต่เป็น “ทางรอด” ของเราทุกคนและของโลกใบนี้ มาร่วมสร้างการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญใน GCNT Expo 2026 พื้นที่ที่คุณจะได้ติดอาวุธทางความคิด ค้นพบเครื่องมือที่นำไปปรับใช้กับองค์กรและชีวิตประจำวันได้จริง พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพลังความร่วมมือที่จะช่วยกู้วิกฤตสิ่งแวดล้อม และสร้างโอกาสใหม่ที่ยั่งยืนให้ตัวคุณ องค์กร และประเทศไทย แล้วมาร่วมเปลี่ยนความท้าทายของโลกให้กลายเป็นอนาคตใหม่ไปพร้อมกัน ตั้งแต่วันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ True Digital Park ติดตามรายละเอียด ผลการประชุม และคู่มือปฏิบัติการความยั่งยืนได้ที่ https://globalcompact-th.com




