รัฐต้องเตรียมผู้ประกอบการ ไม่ใช่แค่เตรียมกฎหมาย
เส้นทาง SME ไทยสู่ OECD ตอนที่ 9 โดย ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร
การยกระดับกฎหมายให้ใกล้มาตรฐานสากลเป็นเรื่องจำเป็น แต่ผลของการเปลี่ยนแปลงไม่เท่ากัน บริษัทใหญ่มีคนหลายฝ่ายช่วยแปลข้อกำหนดให้เป็นงาน ส่วนเจ้าของกิจการรายเล็กอาจต้องขายของ ดูแลพนักงาน ทำบัญชี และติดต่อหน่วยงานรัฐด้วยตนเอง
ความแตกต่างนี้ทำให้กฎหมายฉบับเดียวกันสร้างผลลัพธ์ได้สองแบบ สำหรับกิจการที่พร้อม กติกาใหม่ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือและเปิดตลาด แต่สำหรับกิจการที่ไม่มีคน เงิน หรือข้อมูลเพียงพอ กติกาเดียวกันอาจเพิ่มต้นทุนจนต้องลดการลงทุน เลิกกิจกรรมบางอย่าง หรือออกจากตลาด
ผมเห็นว่า การเตรียมผู้ประกอบการต้องเริ่มพร้อมกับการออกแบบกฎหมาย หากรอจนประกาศใช้แล้ว ทางเลือกสำคัญจำนวนมากจะถูกปิดไปก่อน
กฎหมายเริ่มใช้ได้ในวันเดียว แต่ธุรกิจปรับตัวไม่ได้ในวันเดียว
วันใช้บังคับเป็นวันที่กำหนดได้ในราชกิจจานุเบกษา แต่การเปลี่ยนระบบของกิจการต้องใช้เวลา SME อาจต้องทำความเข้าใจข้อกำหนด ปรับสัญญา จัดข้อมูล ซื้ออุปกรณ์ หาเงินทุน และฝึกพนักงาน หลายกิจการยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากฎใหม่เกี่ยวข้องกับตนตรงจุดใด
หากรัฐแยกการออกกฎหมายออกจากการเตรียมความพร้อม ผู้ประกอบการจะได้รับคำอธิบายและความช่วยเหลือเมื่อทางเลือกสำคัญถูกตัดสินไปแล้ว
การประเมินผลกระทบ การรับฟังความคิดเห็น การออกแบบวิธีปฏิบัติ และการจัดบริการสนับสนุนจึงต้องเดินอยู่ในกระบวนการเดียวกัน
SME Test ต้องเกิดก่อนทางเลือกถูกปิด
การประเมินผลกระทบของกฎหมาย หรือ Regulatory Impact Assessment (RIA) ช่วยให้รัฐพิจารณาปัญหา ความจำเป็น ทางเลือก และผลที่อาจเกิดขึ้น แต่ตัวเลขภาพรวมอาจมองไม่เห็นภาระที่กระจายไม่เท่ากัน โดยเฉพาะเวลาของเจ้าของกิจการ ค่าที่ปรึกษา ค่าอุปกรณ์ ค่าอบรม และรายได้ที่หายไประหว่างปรับระบบ
กฎที่เพิ่มต้นทุนหรือเปลี่ยนวิธีทำงานของธุรกิจควรถูกทดสอบผลต่อ SME ตั้งแต่หน่วยงานยังเลือกทางออกได้ การทดสอบมีความหมายเมื่อข้อค้นพบทำให้แบบฟอร์มง่ายลง ลดข้อมูลที่ต้องส่ง ปรับวิธีบังคับใช้ หรือทำให้ความช่วยเหลือเกิดก่อนวันเริ่มใช้
สามคำถามที่ต้องตอบให้ได้
ใครได้รับผลกระทบ และต้นทุนจริงอยู่ตรงไหน
หน่วยงานผู้เสนอกฎต้องระบุให้ได้ว่ากิจการกลุ่มใดได้รับผลกระทบ ไม่ควรรวม Micro, Small และ Medium Enterprise ไว้ในคำว่า SME เพียงคำเดียว เพราะจำนวนธุรกรรม กำลังคน ระบบบัญชี อำนาจต่อรอง และความสามารถในการจ้างผู้เชี่ยวชาญต่างกันมาก
ต้นทุนไม่ได้มีเฉพาะค่าธรรมเนียมหรือค่าอุปกรณ์ เวลาของเจ้าของกิจการ การหยุดขายระหว่างเปลี่ยนระบบ และความเสี่ยงจากการยื่นข้อมูลผิดล้วนเป็นต้นทุน หากการประเมินยังไม่มีข้อมูลจากผู้ประกอบการจริง ก็ยากจะถือว่าสมบูรณ์
มีวิธีที่เบากว่า แต่ยังคงเป้าหมายของกฎหมายหรือไม่
หลักความได้สัดส่วนไม่ได้ลดการคุ้มครอง แต่เปิดทางให้เลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะกับความเสี่ยง ร้านเล็กอาจใช้แบบฟอร์มง่ายหรือหลักฐานที่มีอยู่ ขณะที่กิจการซับซ้อนต้องมีระบบละเอียดกว่า เป้าหมายเดียวกันจึงไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดียวกัน
ตัวอย่างเช่น หากกฎใหม่ต้องการข้อมูลแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ร้านอาหารรายย่อยอาจใช้แบบบันทึกอย่างง่ายและเก็บใบส่งของจากผู้ขาย ขณะที่โรงงานที่มีห่วงโซ่อุปทานซับซ้อนอาจต้องมีระบบติดตามที่ละเอียดกว่า ทั้งสองกิจการตอบเป้าหมายเดียวกัน แต่ไม่จำเป็นต้องแบกรับวิธีปฏิบัติแบบเดียวกัน
ก่อนบังคับใช้เต็มรูปแบบ ระบบช่วยเหลือพร้อมแล้วหรือยัง
ก่อนถึงวันใช้บังคับ หน่วยงานควรทดลองแนวทาง แบบฟอร์ม และระบบกับกิจการหลายขนาดหลายพื้นที่ หากทดสอบเฉพาะบริษัทที่มีความพร้อมสูง ปัญหาของรายเล็กจะถูกพบเมื่อสายเกินไป
หากระบบของรัฐยังไม่พร้อม แบบฟอร์มยังเปลี่ยนบ่อย หรือผู้ประกอบการยังไม่ได้รับข้อมูลที่จำเป็น การเลื่อนวันใช้ ปรับขอบเขต หรือทยอยบังคับใช้ย่อมสมเหตุสมผลกว่าการผลักความเสี่ยงจากความไม่พร้อมของรัฐไปให้ธุรกิจ
การรับฟังต้องเปลี่ยนร่างกฎหมายได้
การเผยแพร่ร่างกฎหมายบนเว็บไซต์แล้วรอความคิดเห็นไม่เพียงพอสำหรับรายเล็ก ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่รู้ข่าว ไม่มีเวลาตีความภาษากฎหมาย หรือไม่เห็นว่าข้อกำหนดเชิงเทคนิคจะกระทบงานประจำอย่างไร
ก่อนร่างกฎควรมีการสัมภาษณ์หน้างานและหารือแยกตามอุตสาหกรรม ระหว่างออกแบบควรทดลองแบบฟอร์ม ขั้นตอน และระบบกับผู้ใช้จริง เมื่อได้รับข้อเสนอ หน่วยงานต้องอธิบายด้วยว่ารับหรือไม่รับเพราะเหตุใด และมีการแก้ไขร่างหรือมาตรการสนับสนุนอย่างไร
การมีส่วนร่วมจึงไม่ควรวัดจากจำนวนความคิดเห็นเพียงอย่างเดียว ต้องดูด้วยว่า Micro Enterprise กิจการต่างจังหวัด ธุรกิจนอกระบบ และผู้ประกอบการที่ไม่มีสมาคมเป็นตัวแทนได้มีโอกาสสะท้อนต้นทุนของตนหรือไม่
ช่วงผ่อนผันต้องใช้เพื่อพัฒนา
ช่วงผ่อนผันที่ดีต้องทำมากกว่าการรอบังคับใช้ รัฐควรใช้ช่วงเวลานี้สื่อสารว่าอะไรเปลี่ยน ใครได้รับผลกระทบ ต้องจัดทำหลักฐานใด และจะขอความช่วยเหลือจากที่ใด จากนั้นให้ผู้ประกอบการทดลองระบบ แก้ข้อผิดพลาด และเพิ่มระดับความพร้อมตามลำดับ
กิจการเสี่ยงสูงอาจต้องดำเนินการเร็วกว่า ขณะที่กิจการรายย่อยหรือกิจกรรมเสี่ยงต่ำอาจใช้แบบง่ายและมีเวลามากกว่า การกำหนดช่วงเวลาแตกต่างกันจึงไม่ใช่การลดมาตรฐาน แต่เป็นการทำให้ผู้ประกอบการไปถึงมาตรฐานได้โดยไม่สร้างความเสียหายเกินจำเป็น
เมื่อพบช่องว่าง ต้องพาไปถึงบริการ
รายงานหรือคะแนนเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้กิจการเปลี่ยนแปลง เมื่อพบปัญหาบัญชี ผู้ประกอบการควรเข้าถึงคนช่วยวางระบบและแหล่งทุน หากเป็นความปลอดภัยไซเบอร์
ต้องมีบริการสำรองข้อมูลและความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ ส่วนปัญหาแรงงาน สิ่งแวดล้อม หรือห่วงโซ่อุปทานต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจอุตสาหกรรมนั้น
เครื่องมืออย่างคูปองที่ปรึกษา บริการกลาง การจัดซื้อภาครัฐ และความร่วมมือกับบริษัทใหญ่ควรถูกออกแบบให้การปรับตัวนำไปสู่ต้นทุนที่ลดลง ผลิตภาพที่ดีขึ้น หรือโอกาสทางตลาด ไม่ใช่เพิ่มเอกสารอีกชุดหนึ่งให้ผู้ประกอบการ
ต้องมีเจ้าภาพที่รับผิดชอบผลลัพธ์
SME อยู่ภายใต้กฎหมายและบริการของหลายหน่วยงาน หากแต่ละแห่งทำแบบประเมิน ระบบข้อมูล และโครงการช่วยเหลือแยกกัน ผู้ประกอบการจะต้องรับภาระประสานงานแทนรัฐ
ประเทศไทยจึงควรมีกลไกกลางที่เชื่อมกระบวนการเข้า OECD การประเมินผลกระทบของกฎหมาย การทดสอบผลต่อ SME และข้อมูลหลังบังคับใช้
หน่วยงานผู้เสนอกฎยังต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบของกฎที่ตนออก ส่วนกลไกกลางควรทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานการประเมิน ให้คำปรึกษา ตรวจทานคุณภาพ และติดตามว่าข้อค้นพบถูกนำไปเปลี่ยนการตัดสินใจจริงหรือไม่ ผลการประเมินและเหตุผลสำคัญควรเปิดเผยในรูปแบบที่ผู้ประกอบการอ่านเข้าใจได้
ตัวชี้วัดควรสะท้อนสิ่งที่ผู้ประกอบการพบจริง เช่น เวลาและต้นทุนที่ใช้ ความผิดพลาดในการยื่นข้อมูล หรือผลต่อการทำธุรกิจ การนับจำนวนกฎหมาย คู่มือ และผู้เข้าอบรมบอกได้เพียงว่ารัฐทำกิจกรรมไปเท่าใด ยังไม่บอกว่าการเปลี่ยนผ่านสำเร็จหรือไม่
ข้อเสนอจากการหารือภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเรียกร้องให้ลดภาระการปรับตัวของ MSME และมีกลไกประสานงานที่เป็นเอกภาพ จึงควรถูกแปลงเป็นวิธีทำงานที่ตรวจสอบได้
กฎหมายที่มีมาตรฐานสูงจะเกิดผลเมื่อผู้ประกอบการเข้าใจ ปฏิบัติได้ และได้รับความช่วยเหลือทันเวลา หากรัฐเตรียมเฉพาะตัวบท แต่ปล่อยให้รายเล็กหาทางปรับตัวเอง การยกระดับประเทศอาจจบลงที่กฎหมายที่ดูดีบนกระดาษ แต่ไม่สร้างความสามารถใหม่ให้เศรษฐกิจไทย
แหล่งข้อมูล
● OECD, Introducing Proportionality to Thailand’s Regulatory Impact Assessment Framework, 2025
● OECD, Regulatory Impact Assessment, 2020
● OECD, Smart Regulations, Strong Business, 2026
● OECD, Good Regulatory Practices to Support Small and Medium Enterprises in Southeast Asia
● European Commission, Better Regulation Toolbox: The SME Test
● สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, การหารือภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเพื่อเตรียมไทยสู่ OECD วันที่ 15 กรกฎาคม 2569, 2569
● สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, TH2OECD




