‘ทอง’ ทะยานไม่หยุด GCAP GOLD ชี้ปัจจัยโลกหนุนจุดสูงสุดใหม่

21 ม.ค. 2569 - 16:33

  • ทองคำไทยพุ่ง 2,100 บาท ทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง ทองแท่งแตะ 71,700 บาท ก่อนจะย่อลงไปปิดที่ 1,950 บาท

  • GCAP GOLD ชี้ปม ทรัมป์-กรีนแลนด์-เสถียรภาพเฟด หนุนสินทรัพย์ปลอดภัย

  • มองทองมีลุ้นทำ ATH ใหม่ แนะรอซื้อใกล้แนวรับ บริหารความเสี่ยง

‘ทอง’ ทะยานไม่หยุด GCAP GOLD ชี้ปัจจัยโลกหนุนจุดสูงสุดใหม่

ทองไทยพุ่งไม่หยุด ทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง
GCAP GOLD ชี้ปม ‘ทรัมป์’ ป่วนโลก หนุนแรงซื้อทองคำไปต่อ

ในขณะที่ราคาทองคำในประเทศยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ณ วันที่ 21 มกราคม 2569 เวลา 15.40 น. ราคาทองคำมีการปรับขึ้นเป็นครั้งที่ 41 ที่ 2,000 บาท ครั้งที่ 44 ที่ 2,100 บาท ก่อนจะย่อลงไปปิดที่ 1,950 บาท เมื่อเวลา 16.40 น. โดยปรับขึ้น-ลงไปถึง 45 ครั้ง

 ส่งผลให้ ทองคำแท่ง ราคารับซื้ออยู่ที่ บาทละ 71,450 บาท และขายออกที่ บาทละ 71,550 บาท ขณะที่ ทองรูปพรรณ รับซื้อที่ บาทละ 70,024.04 บาท และขายออกที่ บาทละ 72,350 บาท สะท้อนแรงซื้อที่ยังคงหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดทองคำ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการเมืองโลก

สอดคล้องกับมุมมองของบริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ที่ประเมินว่า แนวโน้มราคาทองคำในระยะนี้ยังให้น้ำหนักเชิงบวก โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเสี่ยงระดับโลก โดยเฉพาะบทบาทของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยังคงสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินอย่างต่อเนื่อง ทั้งประเด็นความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป กรณีข้อพิพาทกรีนแลนด์ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยหนุนการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

อารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดทองคำในช่วงนี้ยังมีแรงซื้อสนับสนุนอย่างชัดเจน นักลงทุนสามารถใช้ทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงได้ ท่ามกลางความผันผวนที่ปกคลุมตลาดโลก ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย

ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา คือ ความเสี่ยงของ สงครามการค้ารอบใหม่ หลังประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณอาจปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศในยุโรปสูงสุดถึง 25% หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับกรีนแลนด์ได้ โดยมาตรการดังกล่าวอาจเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ และมีแนวโน้มเพิ่มความเข้มข้นขึ้นในเดือนมิถุนายน หากการเจรจาไม่คืบหน้า ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพของความสัมพันธ์ในกลุ่มประเทศพันธมิตร NATO และเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบการค้าโลก

ขณะเดียวกัน ตลาดยังเฝ้าติดตามเหตุการณ์สำคัญในวันที่ 21 มกราคม ทั้งการพิจารณาของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับความพยายามปลด ลิซา คุก กรรมการเฟด ซึ่งถูกมองว่าเป็นบททดสอบความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ รวมถึงการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีทรัมป์ บนเวที World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถ้อยแถลงด้านนโยบายการค้าและภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลต่อทิศทางตลาดการเงินโลกอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการประกาศตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจระยะถัดไป

สำหรับมุมมองเชิงกลยุทธ์ GCAP GOLD ระบุว่า ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) โดยประเมินแนวรับสำคัญไว้ที่ 4,770 / 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเทียบเป็นราคาทองคำในประเทศประมาณ 70,500 / 69,400 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,900 / 4,980 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราว 71,700 / 72,500 บาท

ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ รอเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวใกล้แนวรับ มากกว่าการไล่ราคาขึ้น พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เนื่องจากตลาดทองคำในระยะนี้ยังมีความผันผวนสูงจากปัจจัยการเมืองและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์