ไฟไหม้โรงเบียร์ บทเรียนประกันภัยธุรกิจไทย

13 ก.ค. 2569 - 15:02

  • คปภ.เร่งค้นหาสิทธิประกันภัยผู้เสียชีวิต-ผู้บาดเจ็บ ผ่านระบบ IBS

  • โรงเบียร์มีประกันอัคคีภัยทุน 40 ล้านบาท แต่ความเสียหายธุรกิจอาจมากกว่าทรัพย์สิน

  • เหตุไฟไหม้สะท้อน SME ไทย ต้องวางแผนประกันภัยให้ครอบคลุมความเสี่ยง

ไฟไหม้โรงเบียร์ บทเรียนประกันภัยธุรกิจไทย

ไฟไหม้โรงเบียร์หนึ่งแห่ง...ใครเป็นผู้รับภาระความเสียหาย?

เปิดบทบาทประกันภัยไทย หลังเหตุสลดลาดพร้าว คปภ.เร่งค้นหาสิทธิ-ธุรกิจต้องทบทวนแผนบริหารความเสี่ยง

เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่ได้สร้างเพียงความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังสะท้อนคำถามสำคัญทางเศรษฐกิจว่า

เมื่อธุรกิจหนึ่งแห่งต้องหยุดชะงักจากเหตุไม่คาดฝัน ใครคือผู้รับภาระความเสียหายที่เกิดขึ้น?

เพราะความเสียหายจากอัคคีภัยไม่ได้จบลงเพียงอาคารที่ถูกไฟไหม้ หรือทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงรายได้ของกิจการที่หายไป ลูกจ้างที่อาจขาดรายได้ เจ้าของกิจการที่ต้องแบกรับต้นทุนต่อเนื่อง รวมถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องเข้าสู่กระบวนการเรียกร้องสิทธิ

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งบททดสอบของ "ระบบประกันภัยไทย" ว่าจะสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และช่วยให้ผู้ได้รับผลกระทบกลับมาฟื้นตัวได้เร็วเพียงใด

คปภ.เปิดศูนย์กลางค้นหาสิทธิ เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้สั่งตั้งศูนย์ประสานงานรับข้อมูลผู้เสียชีวิต ณ สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับข้อมูล ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัย และอำนวยความสะดวกแก่ทายาทผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ

พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบสิทธิผ่านระบบศูนย์กลางข้อมูลด้านการประกันภัย (Insurance Bureau System : IBS) เพื่อค้นหากรมธรรม์ที่เกี่ยวข้องของผู้ประสบภัยแต่ละราย

ชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือด้านประกันภัยแก่ผู้ประสบภัยและทายาทผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ พร้อมประสานบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความคุ้มครองและดำเนินการตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับสิทธิอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

fire-beer-business-insurance-SPACEBAR-Photo01.jpg

โรงเบียร์ทุนประกัน 40 ล้าน ครอบคลุมแค่ไหน?

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สถานประกอบการดังกล่าวมีการทำประกันอัคคีภัยกับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมีทุนประกันภัยรวม 40 ล้านบาท

ความคุ้มครองครอบคลุม
• สิ่งปลูกสร้าง
• ส่วนปรับปรุงต่อเติมอาคาร
• เฟอร์นิเจอร์
• สิ่งตกแต่งติดตั้งถาวร
• เครื่องใช้ไฟฟ้า
• สต็อกสินค้า

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและประเมินความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามสำคัญด้วยว่า ในทุนประกัน 40 ล้านบาท จะเพียงพอต่อความเสียหายทั้งหมดหรือไม่? เพราะในโลกธุรกิจ ความเสียหายจากไฟไหม้ไม่ได้วัดเฉพาะมูลค่าทรัพย์สินที่เสียหาย แต่ยังรวมถึง “ต้นทุนของการหยุดดำเนินกิจการ”

เมื่อร้านปิด รายได้หาย แต่ต้นทุนยังเดินต่อ

สำหรับธุรกิจร้านอาหาร สถานบันเทิง หรือโรงเบียร์ หากเกิดเหตุทำให้ต้องปิดกิจการเป็นเวลาหลายเดือน ความเสียหายอาจเพิ่มขึ้นทุกวัน แม้ว่าจะไม่มีการขายสินค้า โดยต้นทุนที่ยังคงเกิดขึ้น ได้แก่
• ค่าเช่าสถานที่
• เงินเดือนพนักงาน
• ค่าใช้จ่ายประจำ
• ภาระหนี้สิน
• รายได้จากลูกค้าที่สูญเสียไป

นี่คือเหตุผลที่ "ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก" (Business Interruption Insurance) กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของภาคธุรกิจ

เพราะประกันอัคคีภัยอาจช่วยชดเชยความเสียหายของทรัพย์สิน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะชดเชยรายได้ที่หายไปจากการหยุดกิจการ

เหตุเดียว กระทบหลายชีวิต หลายกรมธรรม์

นอกจากความเสียหายของสถานประกอบการแล้ว อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ คปภ. คือการตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บมีสิทธิจากกรมธรรม์ประเภทอื่นหรือไม่ เช่น
• ประกันชีวิต
• ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA)
• ประกันสุขภาพ
• ประกันภัยประเภทอื่นที่เกี่ยวข้อง

fire-beer-business-insurance-SPACEBAR-Photo02.jpg

เพราะในหลายกรณี ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอาจไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตเคยทำประกันไว้กับบริษัทใด หรือมีสิทธิได้รับเงินชดเชยจากกรมธรรม์ประเภทใดบ้าง

ระบบ IBS จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยค้นหาและเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้กระบวนการช่วยเหลือเกิดขึ้นรวดเร็วขึ้น

บทเรียนธุรกิจไทย ‘ประกันภัย’ ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย

เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้สะท้อนโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SME และธุรกิจบริการว่า

การมีเพียงประกันทรัพย์สิน อาจไม่เพียงพอสำหรับความเสี่ยงในยุคปัจจุบัน 

เพราะความเสียหายที่รุนแรงที่สุดในบางครั้ง ไม่ใช่ทรัพย์สินที่สูญเสียไป แต่คือ “ความสามารถในการกลับมาเปิดธุรกิจอีกครั้ง” 

ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงในปัจจุบันจึงต้องมองครบทั้ง
• ความเสียหายต่อทรัพย์สิน
• ความรับผิดต่อลูกค้าและบุคคลภายนอก
• รายได้ที่หายไป
• ความต่อเนื่องของธุรกิจ

คปภ. จากผู้กำกับ...สู่กลไกคุ้มครองผู้บริโภค

เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนบทบาทของ คปภ. ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงกำกับดูแลบริษัทประกันภัย แต่เข้ามาเป็นตัวกลางในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ ตั้งแต่...
• การรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิต
• ตรวจสอบสิทธิกรมธรรม์
• ประสานบริษัทประกันภัย
• ติดตามการจ่ายค่าสินไหม

เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบไม่ต้องเผชิญกระบวนการเรียกร้องสิทธิเพียงลำพัง

fire-beer-business-insurance-SPACEBAR-Photo03.jpg

จากไฟไหม้หนึ่งครั้ง...ถึงคำถามใหญ่ของเศรษฐกิจ

เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่เป็นภาพสะท้อนของ "ต้นทุนความเสี่ยง" ในภาคธุรกิจไทย

เพราะในวันที่ธุรกิจต้องเผชิญเหตุไม่คาดฝัน คำถามไม่ได้มีเพียงว่า “ทรัพย์สินเสียหายเท่าไร?” แต่คือ “ใครจะช่วยรับภาระความเสียหาย และธุรกิจจะกลับมายืนได้เร็วแค่ไหน?” ซึ่งคำตอบหนึ่งที่ชัดเจน คือ ระบบประกันภัยไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือจ่ายเงินหลังเกิดเหตุ แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการรักษาความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์