เฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี หวังสกัดเงินเฟ้อ ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่บวก
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐานในวันพุธที่ผ่านมา นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 โดยประธานเฟด เควิน วอร์ช ส่งสัญญาณชัดเจนว่าพร้อมดำเนินนโยบายการเงินเชิงรุกต่อไป เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่สูงเกิน 3.4% ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลาง
วอร์ชประกาศชัด เฟดจริงจังกับเสถียรภาพราคา
หลังการประกาศ วอร์ช ระบุว่า "การปรับลดการผ่อนคลายทางการเงินครั้งนี้เพื่อให้เงื่อนไขทางการเงินและสินเชื่อสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของเรา" พร้อมย้ำว่า "การดำเนินการวันนี้แสดงให้เห็นว่าเราจริงจัง และเราจะบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพราคา"
พร้อมกันนั้น เฟดเผยแผนภูมิคาดการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่มองว่าการขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปีมีความจำเป็น โดยนักลงทุนประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมอยู่ที่ 50:50
ตลาดเอเชียตอบรับเชิงบวก แม้วอลล์สตรีทปิดลบ
แม้ดัชนีหลักของวอลล์สตรีทปิดตลาดวันพุธในแดนลบ แต่ตลาดหุ้นในเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้า โดยโตเกียว โซล สิงคโปร์ ไทเป เวลลิงตัน และจาการ์ตา ต่างปรับตัวขึ้น ขณะที่ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ยังคงย่อตัว
นักวิเคราะห์จาก Quintex Intel สตีเฟน อินเนส ให้ความเห็นว่า "ภาษาที่ใช้ไม่ใช่ภาษาของธนาคารกลางที่คิดว่างานเสร็จสิ้นแล้ว" ขณะที่ คริสเตียน เชียร์มันน์ จาก DWS วิเคราะห์ว่าแรงจูงใจหลักของการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้คือการรักษาความน่าเชื่อถือของสถาบัน
ทรัมป์โจมตีเฟด ชี้เป็นการเมือง
การตัดสินใจดังกล่าวจุดชนวนความโกรธของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งระบุว่า "พวกเขาขึ้นดอกเบี้ยเพื่อให้ทรัมป์ทำได้แย่ที่สุดเท่าที่จะทำได้... นี่คือการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อเหตุผลทางการเมืองเท่านั้น"
ราคาน้ำมันร่วง หลังซาอุฯ เตรียมเปิดท่อส่งน้ำมันบางส่วน
ในด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงกว่า 3% หลังซาอุดีอาระเบียส่งสัญญาณเตรียมเปิดใช้ท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตกประมาณครึ่งหนึ่งของกำลังการผ่อนภายในไม่กี่วัน ท่อดังกล่าวถูกปิดตัวหลังถูกกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีด้วยโดรน โดย Saudi Aramco คาดว่าจะสามารถกลับมาดำเนินการเต็มกำลังได้ในอีกประมาณ 6 สัปดาห์






