วีรกรรม เอสโตเนีย แย่ พอๆ กับเยี่ยม

10 ก.ค. 2569 - 11:14

  • เอสโตเนีย ประเทศที่มีสตาร์ทอัพติดลำดับโลก มียูนิคอน 10 ตัว ออกไปทำธุรกิจทั่วโลก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นที่พอใจของทุกประเทศ

  • เอสโตเนียจะประสบความสำเร็จอย่างมากในระดับโลก แต่การขยายตัวอย่างรวดเร็วก็นำมาซึ่งข้อพิพาทด้านกฎระเบียบกับหน่วยงานกำกับในท้องถิ่น

  • ปัญหาของแพลตฟอร์มเอสโตเนีย เกิดจาก ปัญหาเชิงโครงสร้าง โมเดลธุรกิจ และการเติบโตที่เร็วเกินไป

วีรกรรม เอสโตเนีย  แย่ พอๆ กับเยี่ยม

เอสโตเนีย ประเทศเล็กๆ ต้นตำหรับ Skype และสตาร์ทอัพ ที่เป็น unicon อีกกว่า 10 ตัว ถูกยกย่องให้เป็นเพชรเม็ดงามแห่งบอลติก ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สร้างมูลค่าได้มหาศาล การเติบโตออกไปทำตลาดในต่างประเทศ ไม่ได้หมายความว่า เอสโตเนีย จะประสบความสำเร็จและเป็นที่พอใจจากทุกตลาดที่ไป มาเปิด รายงานข้อพิพาทแพลตฟอร์มสัญชาติเอสโตเนียทั่วโลก สะเทือนวงการเทคฯ ตั้งแต่ปัญหาใบอนุญาต สิทธิแรงงาน ถึงข้อหาฟอกเงิน

แม้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีจากประเทศเอสโตเนียจะประสบความสำเร็จอย่างมากในระดับโลก แต่การขยายตัวอย่างรวดเร็วก็นำมาซึ่งข้อพิพาทด้านกฎระเบียบกับหน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศเช่นกัน โดยความขัดแย้งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่ 2 ผู้ให้บริการรายใหญ่ ได้แก่ Bolt (เผชิญปัญหาด้านใบอนุญาต ความปลอดภัย และสิทธิแรงงาน) และ Wise (เผชิญประเด็นด้านการฟอกเงินและการกำกับดูแลทางการเงิน)  

วิกฤตของ Bolt ด้านใบอนุญาตและความปลอดภัย

การใช้โมเดลธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้ Bolt ต้องเผชิญกับการปะทะกับกฎหมายท้องถิ่นในหลายภูมิภาค ได้แก่

ประเทศไทย ถือเป็นกรณีข้อพิพาทล่าสุดและร้ายแรงที่สุดของแพลตฟอร์มในภูมิภาคเอเชีย กรมการขนส่งทางบกและกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เริ่มกระบวนการพิจารณาไม่ต่อใบอนุญาตให้ Bolt ซึ่งหมดอายุลงในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2026 สาเหตุหลักมาจากพบสถิติการดำเนินคดีผู้ขับขี่แพลตฟอร์มเรียกรถกว่า 6,776 คดีตั้งแต่ต้นปี โดยเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับ Bolt ถึง 2,193 คดี ชนวนเหตุสำคัญคือกรณีในเดือนเมษายน 2026 ที่ผู้โดยสารนักเรียนหญิงต้องกระโดดหนีลงจากรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังวิ่ง เนื่องจากผู้ขับขี่ใช้ "บัญชีผี" และไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ Bolt ประเทศไทยต้องกวาดล้างและลบคนขับที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายออกจากระบบไปแล้วกว่า 40,000 ราย 

ตูนิเซีย เป็นประเทศแรกและกรณีเดียวที่ Bolt ตัดสินใจยุติการให้บริการอย่างถาวรในเดือนพฤษภาคม 2025 หลังจากรัฐบาลตูนิเซียสั่งระงับการดำเนินงาน พร้อมกล่าวหาว่าบริษัทเลี่ยงภาษี ฟอกเงิน และไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง รวมถึงมีการยึดเงินในบัญชีบริษัท  

เคนยา ในเดือนตุลาคม 2023 หน่วยงานกำกับดูแลการขนส่งปฏิเสธการต่อใบอนุญาต โดยอ้างว่าแพลตฟอร์มเก็บค่าคอมมิชชันจากคนขับเกินเพดาน 18% ที่กฎหมายกำหนด รวมถึงมีข้อร้องเรียนจากคนขับสะสมจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดบริษัทสามารถเจรจาปรับโครงสร้างและกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ  

ทวีปแอฟริก ในประเทศแอฟริกาใต้ Bolt ต้องดำเนินการแบนคนขับอย่างถาวรกว่า 6,000 รายในปฏิบัติการกวาดล้างปี 2024 หลังเกิดกระแสข่าวเชื่อมโยงกับอาชญากรรม ขณะที่ในไนจีเรียก็มีการระงับบัญชีคนขับกว่า 5,000 รายจากข้อร้องเรียนเรื่องการคุกคามผู้โดยสารและความปลอดภัย  

สมรภูมิ "สิทธิแรงงาน" ในระบบเศรษฐกิจ

นอกเหนือจากกฎระเบียบด้านความปลอดภัย Bolt ยังตกเป็นเป้าหมายหลักในการฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องสิทธิแรงงาน

สหราชอาณาจักร เดือนพฤศจิกายน 2024 ศาลแรงงานอังกฤษได้ตัดสินให้คนขับ Bolt จำนวน 15,000 คนที่ร่วมฟ้องคดี มีสถานะทางกฎหมายเป็น "แรงงาน" (workers) ส่งผลให้มีสิทธิได้รับค่าแรงขั้นต่ำและวันหยุดพักผ่อน คำตัดสินนี้คาดว่าจะสร้างภาระค่าชดเชยจำนวนมหาศาลให้บริษัท เนื่องจากข้อมูลในเดือนสิงหาคม 2024 ชี้ว่ามีคนขับลงทะเบียนในระบบมากกว่า 100,000 ราย  

ไนจีเรีย คนขับมีการรวมตัวยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่ม (class action) มาตั้งแต่ปี 2021 เพื่อเรียกร้องสถานะแรงงาน และมีการประท้วงเรื่องอัตราค่าโดยสารที่ต่ำอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2026  

มรสุมกฎหมายการเงินของ Wise และช่องโหว่ e-Residency

แพลตฟอร์มด้านการเงินและบริการดิจิทัลของเอสโตเนียกำลังเผชิญกับการตรวจสอบอย่างหนักจากความเสี่ยงด้านอาชญากรรม

การสอบสวน Wise ในยุโรป (2026) กรณีที่รุนแรงที่สุดในปีนี้คือการที่อัยการกรุงบรัสเซลส์เข้าสอบสวนสำนักงานใหญ่ Wise Europe จากข้อสงสัยว่าแพลตฟอร์มถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินของอาชญากรมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านยูโร ครอบคลุมพื้นที่ 30 ประเทศทั่วยุโรป การสอบสวนพบข้อบ่งชี้ความล้มเหลวในการระบุตัวตนลูกค้า ส่งผลให้มูลค่าหุ้นของ Wise ดิ่งลงถึง 17.5% หรือสูญมูลค่ากว่า 1 พันล้านปอนด์ในวันเดียว  

ประวัติการถูกปรับในอดีต ก่อนหน้านี้ Wise เคยเผชิญค่าปรับหลายครั้ง เช่น ค่าปรับ 4.2 ล้านดอลลาร์จาก 6 มลรัฐในสหรัฐฯ และอีก 2.5 ล้านดอลลาร์จาก CFPB กรณีเปิดเผยข้อมูลไม่ถูกต้องในปี 2025 รวมถึงถูกปรับ 360,000 ดอลลาร์จากหน่วยงานในอาบูดาบีเมื่อปี 2022  

ช่องโหว่โครงการ e-Residency แม้เป็นบริการของรัฐบาลเอสโตเนีย แต่โครงการนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากตำรวจว่ากลายเป็นช่องทางให้ชาวต่างชาติเข้ามาจดทะเบียนบริษัทเพื่อก่ออาชญากรรมการเงินและฉ้อโกงคริปโตเคอร์เรนซีข้ามชาติ ปัญหานี้บีบให้เอสโตเนียต้องยกเครื่องการกำกับดูแลและเพิกถอนใบอนุญาตบริษัทคริปโตหลายร้อยแห่งในช่วงปี 2020-2022  

บทสรุป 3 รูปแบบปัญหาเชิงโครงสร้าง

จากข้อมูลเชิงลึกในรายงานชิ้นนี้ ปัญหาของแพลตฟอร์มเอสโตเนียสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบหลัก

ปัญหาจากโมเดลธุรกิจที่ขยายตัวรวดเร็ว การเร่งขยายตลาดแซงหน้าความสามารถในการคัดกรองและการปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น (พบใน ไทย, ตูนิเซีย, เคนยา)  

ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ ข้อพิพาทด้านสิทธิและการจ้างแรงงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่แพลตฟอร์มเรียกรถทั่วโลกล้วนต้องเผชิญ (พบใน สหราชอาณาจักร, ไนจีเรีย)  

ความเสี่ยงด้านอาชญากรรมการเงิน ช่องโหว่ของเทคโนโลยีการเงินที่ไร้พรมแดน ทำให้เสี่ยงต่อการถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงิน (พบใน Wise และโครงการ e-Residency)  

ถึงกระนั้น ข้อพิพาทจำนวนมาก (เช่นในเคนยาหรือลอนดอน) ไม่ใช่ความขัดแย้งแบบถาวร แต่เป็นเพียงวิกฤตการปรับตัว ซึ่งมักคลี่คลายลงได้เมื่อบริษัทหันมาเจรจาและยอมปฏิบัติตามกฎระเบียบของแต่ละท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์