สนพ.เปิดโครงสร้างราคาน้ำมันอาเซียน เมื่อไทยตรึงแก๊สโซฮอล์ ถูกกว่าเบนซิน
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยข้อมูลราคาน้ำมันเฉลี่ยในภูมิภาคอาเซียน ณ วันที่ 20 เมษายน 2569 สะท้อนให้เห็นว่า ‘ราคาหน้าปั๊ม’ ของแต่ละประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับต้นทุนน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่ถูกกำหนดจากนโยบายรัฐ โครงสร้างภาษี และกลไกอุดหนุนที่แตกต่างกัน
ข้อมูลดังกล่าวชี้ว่า หลายประเทศในอาเซียนยังคงใช้มาตรการอุดหนุนราคาพลังงาน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ขณะที่บางประเทศเลือกใช้ภาษีเป็นเครื่องมือบริหารราคา ทำให้ราคาน้ำมันในภูมิภาคมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับประเทศไทย รัฐมีการใช้ ‘กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง’ เป็นกลไกสำคัญในการบริหารราคา โดยเฉพาะการสนับสนุนการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ยังคง ‘ต่ำกว่าเบนซิน’ เพื่อจูงใจการใช้พลังงานทางเลือกและลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิลโดยตรง

โครงสร้างราคา: ตัวแปรที่กำหนด ‘ถูก-แพง’
สนพ.ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาน้ำมันในแต่ละประเทศแตกต่างกัน ประกอบด้วย
• นโยบายภาษีและการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนพลังงาน
• มาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันในประเทศ
• โครงสร้างการส่งเสริมเชื้อเพลิงทางเลือก
โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ยังมีการใช้มาตรการอุดหนุนในระดับต่าง ๆ ส่งผลให้ราคาน้ำมันบางประเภทต่ำกว่ากลไกตลาด
ไทยใช้ ‘กองทุนน้ำมัน’ บริหารเสถียรภาพ
ในกรณีของไทย การอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงเป็นเครื่องมือหลักในการรักษาเสถียรภาพราคา โดยเฉพาะน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E10) ซึ่งเป็นน้ำมันที่มีสัดส่วนการใช้สูงสุดในประเทศ
ราคาที่รายงานอ้างอิงจากผู้ค้าหลัก ได้แก่ ปตท. และ บางจาก สะท้อนภาพราคาหน้าปั๊มที่ประชาชนใช้งานจริง
ภาพใหญ่พลังงาน ‘นโยบายรัฐ’ ยังเป็นตัวกำหนดเกม
แม้ราคาน้ำมันโลกจะเป็นฐานสำคัญ แต่ข้อมูลจาก สนพ.สะท้อนว่า “นโยบายภายในประเทศ” ยังคงเป็นตัวแปรชี้ขาดว่าประชาชนจะจ่ายเท่าไร
ในระยะต่อไป ทิศทางราคาน้ำมันในอาเซียนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของตลาดโลก แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าแต่ละประเทศจะ “แบกรับภาระอุดหนุน” มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางแรงกดดันด้านงบประมาณ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลราคาน้ำมันย้อนหลังของอาเซียนได้ผ่านระบบ Energy Data Visualization ของ สนพ. ซึ่งเปิดเผยข้อมูลเพื่อสะท้อนโครงสร้างพลังงานในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง





