ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ไม่เพียงแต่ดำเนินภารกิจหลักในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศเท่านั้น แต่ยังยึดมั่นในเจตนารมณ์การเป็นองค์กรที่ ‘เคียงข้างสังคมไทย’ ร่วมขับเคลื่อนและส่งต่อพลังแห่งการช่วยเหลือ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสร้างความยั่งยืนให้แก่ประเทศในทุกมิติ
1. เคียงข้างในทุกสถานการณ์และวิกฤต (Stand by Thailand)
ในยามที่ประเทศต้องเผชิญกับสภาวะวิกฤตและภัยพิบัติธรรมชาติ ปตท. พร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการเข้าไปบรรเทาความเดือดร้อนและอยู่เคียงข้างประชาชนอย่างทันท่วงที
- การบรรเทาภาระค่าครองชีพด้านพลังงาน ปตท. ร่วมดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและตรึงราคาพลังงานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนไทยในภาวะเศรษฐกิจผันผวน
- ทีมเฉพาะกิจ PTT Group SEALs ปฏิบัติการส่งกำลังพลและทีมเฉพาะกิจเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ทั้งเหตุอุทกภัย แผ่นดินไหว และวาตภัย ในพื้นที่ที่เข้าถึงยากและมีความเสี่ยงสูง โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในภารกิจกู้ภัยอย่างมีประสิทธิภาพ
- ถุงยังชีพ ‘พลังไทย ใจอาสา’ การระดมกำลังของกลุ่มพนักงานอาสาสมัคร ปตท. ร่วมกันบรรจุอาหาร สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น และน้ำดื่ม เพื่อส่งตรงถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทั่วถึง
- โครงการลมหายใจเดียวกัน บทบาทสำคัญในการสู้ภัยวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยการจัดตั้งหน่วยคัดกรองเชิงรุก โรงพยาบาลสนาม และการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนออกซิเจนให้แก่สถานพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตสุขภาพระดับชาติ
2. สร้างคุณค่าสู่สังคม ละเอียดครบทุกมิติ (Social Value Creation)
การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนจำเป็นต้องเติบโตไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าในหลากหลายมิติ ปตท. จึงมุ่งมั่นดำเนินโครงการเพื่อสังคมอย่างครอบคลุม ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต
มิติด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์
- การปลูกและฟื้นฟูผืนป่า ดำเนินการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าเศรษฐกิจและป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ พร้อมจัดตั้ง ศูนย์เรียนรู้ธรรมชาติ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์แก่เยาวชนและคนในชุมชน
- รางวัลลูกโลกสีเขียว โครงการเชิดชูเกียรติและสนับสนุนบุคคล ชุมชน และเยาวชน ที่ร่วมกันดูแลรักษาป่า สายน้ำ และธรรมชาติอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
มิติด้านการศึกษาและการพัฒนาบุคลากร STEM
- โรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) และสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) การตั้งสถาบันการศึกษาชั้นนำเพื่อสร้างนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีให้แก่ประเทศไทย
- กิจกรรมค่าย STEM สำหรับเยาวชน การจัดค่ายเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยก้าวสู่อนาคต
มิติด้านศิลปวัฒนธรรมและคุณภาพชีวิต
- PTT Art Awards & PTT Art Gallery ส่งเสริมวงการศิลปะไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 41 ปี ผ่านการประกวดศิลปกรรม และการเปิดพื้นที่ PTT Art Gallery ณ บ้านเจ้าพระยา ภายใต้แนวคิด Art for All ให้คนทุกกลุ่มรวมถึงผู้พิการได้เข้าถึงศิลปะอย่างเท่าเทียม
- โครงการรักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง การส่งเสริมให้ชุมชนประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิตและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
- โครงการ Community Coffee Sourcing: ยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทย ผ่านการสนับสนุนความรู้ เทคโนโลยี และการรับซื้อเมล็ดกาแฟคุณภาพอย่างเป็นธรรม
3. ช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่องสู่ความยั่งยืน (Sustainable Community)
เพื่อให้การพัฒนาสังคมเกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ปตท. มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนฐานรากผ่านการพัฒนา 5 มิติหลัก ได้แก่ พลังงานและเทคโนโลยี, สิ่งแวดล้อม, เศรษฐกิจ, สังคม และวัฒนธรรมการเรียนรู้
- การขยายโอกาสทางเศรษฐกิจชุมชน ผ่านโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและการตลาด รวมถึง โครงการชุมชนยิ้มได้ ซึ่งช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าชุมชน ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย
- กลไกวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) และมูลนิธิ
- บริษัท สานพลังวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด: มุ่งสร้างงานและสร้างอาชีพให้แก่กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ผ่านร้าน Café Amazon for Chance ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มเปราะบางเข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่ธุรกิจ
- มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน: องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิต เสริมสร้างทักษะอาชีพแก่เยาวชนด้อยโอกาส และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานของ ปตท. ในการเคียงข้างสังคมไทย ไม่ได้เป็นเพียงแค่การให้ความช่วยเหลือชั่วคราว แต่เป็นการ ‘สร้างภูมิคุ้มกันและส่งต่อพลังแห่งความยั่งยืน’ ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้สังคมไทยสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนไปด้วยกัน





