“เอกนิติ-อรรถพล” จับตาเวเนซุเอลา เขย่าพลังงานโลก
หวั่นน้ำมันผันผวน กระทบต้นทุน-เงินเฟ้อไทย ชี้ระยะกลางลุ้นซัพพลายเพิ่มกดราคา
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลา กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ภาครัฐไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบด้านราคาพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกและต้นทุนทางเศรษฐกิจของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ดังกล่าวอยู่ที่ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งถือเป็นตัวแปรหลักที่ต้องเฝ้าระวัง แม้ผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยอาจมีไม่มากนัก เนื่องจากไทยไม่ได้มีความเชื่อมโยงทางการค้าและการลงทุนกับเวเนซุเอลาในระดับสูง แต่ผลกระทบทางอ้อมอาจเกิดขึ้นผ่านราคาพลังงานและต้นทุนทางเศรษฐกิจโดยรวม
เอกนิติระบุว่า ได้ประสานไปยังกระทรวงพลังงานให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมแนวทางรองรับ หากราคาน้ำมันมีความผันผวนรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ และภาระต้นทุนของภาคธุรกิจและประชาชน
ขณะที่ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในระยะสั้น กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ โดยประเด็นที่ต้องจับตามองต่อจากนี้คือเรื่องของ ‘อุปทานน้ำมันในตลาดโลก’ ว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือไม่
อรรถพล มองว่า หากสหรัฐอเมริกาสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ในเวเนซุเอลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีการขยายตัวของความขัดแย้งไปยังประเทศอื่น ปริมาณน้ำมันจากเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบในระดับสูง อาจทยอยเข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้นในระยะถัดไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมตลาด และอาจช่วยกดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ตาม อรรถพลย้ำว่า ผลบวกดังกล่าวอาจไม่เกิดขึ้นในทันที เนื่องจากการเข้าไปบริหารจัดการแหล่งผลิต รวมถึงกระบวนการนำน้ำมันขึ้นมาใช้เชิงพาณิชย์ ต้องใช้ระยะเวลาและเผชิญข้อจำกัดด้านเทคนิคและโครงสร้างพื้นฐาน
ผลกระทบต่อไทย ต้องจับตาอะไรบ้าง?
สำหรับประเทศไทย นักวิเคราะห์ประเมินว่า ผลกระทบสำคัญจะอยู่ใน 3 มิติหลัก ได้แก่
1. ราคาน้ำมันและพลังงาน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อต้นทุนขนส่ง ค่าไฟฟ้า และต้นทุนการผลิต
2. เงินเฟ้อและค่าครองชีพ หากราคาพลังงานผันผวนสูง อาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ
3. เสถียรภาพตลาดการเงิน โดยเฉพาะค่าเงินบาทและความเชื่อมั่นของนักลงทุน ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ ภาครัฐย้ำว่าจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการรองรับ เพื่อไม่ให้ปัจจัยภายนอกเข้ามาซ้ำเติมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบาง


