ชายแดนเดือด! สู้รบฉุดรายได้ ครม.อุ้มด่วน

30 ธ.ค. 2568 - 08:54

  • ชายแดนเดือด การค้าชะงัก ประชาชน-ผู้ประกอบการขาดรายได้ต่อเนื่อง

  • ครม.รับทราบแพ็กเกจพาณิชย์ ดูแล 7 จังหวัดชายแดน ครอบคลุมประชาชน เกษตรกร ผู้ค้า

  • เร่งพยุงเศรษฐกิจพื้นที่ ลดค่าครองชีพ หาอาชีพเสริม เปิดตลาดใหม่ทดแทน

ชายแดนเดือด! สู้รบฉุดรายได้ ครม.อุ้มด่วน

สถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 เป็นต้นมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตและรายได้ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะการค้าชายแดน การเกษตร และธุรกิจรายย่อยที่ต้องพึ่งพาการเดินทางและการค้าข้ามแดน ทำให้หลายครัวเรือนเผชิญภาวะรายได้หดตัว ขณะที่ต้นทุนการดำรงชีพยังอยู่ในระดับสูง

ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (30 ธันวาคม 2568) มีมติรับทราบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ เพื่อดูแลประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เผย จากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์การค้าอย่างใกล้ชิด และร่วมกับ 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ และตราด ดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยแบ่งกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบออกเป็น 4 กลุ่มหลัก

กลุ่มแรก คือ ประชาชนทั่วไป รัฐบาลดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้เป็นธรรม มีปริมาณเพียงพอ พร้อมจัดงานจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด เพื่อลดค่าครองชีพ ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ในช่วงที่เศรษฐกิจชายแดนชะลอตัว

กลุ่มที่สอง คือ เกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าเกษตร กระทรวงพาณิชย์เพิ่มช่องทางการตลาดภายในประเทศ เชื่อมโยงสินค้าสู่ตลาดกลาง สหกรณ์ และโรงงานแปรรูป พร้อมสนับสนุนการลดต้นทุนการผลิต เช่น ปุ๋ยและปัจจัยการเกษตร

กลุ่มที่สาม คือ ผู้ค้ารายย่อยและผู้ประกอบการ OTOP สนับสนุนการนำสินค้าออกไปจำหน่ายนอกพื้นที่ชายแดน จัดพื้นที่แสดงและจำหน่ายสินค้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงเชื่อมโยงสินค้าเข้ากับโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว เพื่อรักษารายได้ของชุมชน

ส่วนกลุ่มที่สี่ คือ ผู้ส่งออก เร่งหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเดิมที่ได้รับผลกระทบ อำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ และส่งเสริมการบริโภคสินค้าในประเทศ เพื่อลดผลกระทบในระยะสั้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมมาตรการเสริมด้านการเงิน การกระตุ้นเศรษฐกิจ การลดค่าใช้จ่ายของประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงมาตรการด้านแรงงาน เพื่อช่วยสร้างงานและรายได้ในพื้นที่ โดยยืนยันว่าจะบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม และพาประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการชายแดนก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์