โครงการ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ เริ่มต้นเปิดรับลงทะเบียนแล้วตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 โดยรัฐบาลตั้งเป้าสนับสนุนประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ให้เงินช่วยเหลือค่าซื้ออุปกรณ์และติดตั้งระบบโซลาร์สูงสุดรายละ 50,000 บาท ภายใต้วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท หลังเปิดระบบเพียงชั่วโมงแรก มีผู้สนใจลงทะเบียนแล้วประมาณ 6,000–7,000 ราย
ขณะที่ฐานข้อมูลการไฟฟ้านครหลวง (MEA) มีรายชื่อผู้รับจ้างติดตั้ง 665 ราย และมีธนาคารรัฐ 3 แห่งเข้าร่วมสนับสนุนสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือ จำนวนผู้ลงทะเบียนสะสมที่ผ่านเกณฑ์จริง ความพร้อมของผู้ติดตั้งในการรองรับความต้องการทั่วประเทศ และโอกาสที่ประชาชนจะเข้าถึงเงินทุนเพื่อเปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า
เปิดตัวเลขโซลาร์ภาคประชาชน ใครมีส่วนร่วมบ้าง ลงทะเบียนชั่วโมงแรก 6,000–7,000 ราย
ข้อมูลที่เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ระบุว่า หลังเปิดระบบลงทะเบียนเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง มีประชาชนให้ความสนใจแล้วประมาณ 6,000–7,000 ราย สะท้อนถึงความสนใจต่อมาตรการลดภาระค่าไฟฟ้าผ่านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นยอดในช่วงเริ่มต้น ไม่ใช่ยอดสะสมล่าสุด และไม่ใช่จำนวนผู้ได้รับสิทธิอย่างเป็นทางการ ขณะที่เป้าหมายของรัฐบาลอยู่ที่ 1 ล้านครัวเรือน โดยเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570 หรือจนกว่าจะครบเงื่อนไขและวงเงินที่กำหนด
ผู้ติดตั้งในทะเบียน MEA มี 665 ราย แต่ยอดรวมทั้งประเทศยังต้องตรวจสอบ
อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ คือ ความพร้อมของผู้ประกอบการติดตั้งระบบโซลาร์ โดยข้อมูลในเว็บไซต์โครงการของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) แสดงรายชื่อผู้รับจ้างติดตั้งจำนวน 665 ราย เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจติดตั้ง (https://peoplesolar.mea.or.th/vendor?s=471569666)
ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีระบบค้นหารายชื่อผู้ให้บริการตามพื้นที่เช่นกัน แต่ยังไม่พบตัวเลขรวมของผู้ประกอบการทั้ง 2 ระบบ ที่ยืนยันได้ว่าเป็นจำนวนบริษัทไม่ซ้ำกันทั่วประเทศ จึงไม่สามารถนำตัวเลขจากทะเบียนแต่ละแห่งมาบวกกันโดยตรง (https://peoplesolar.pea.co.th/vendors)
ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ ผู้ให้บริการที่ขึ้นทะเบียนจะสามารถรองรับงานติดตั้งได้มากน้อยเพียงใด ระยะเวลารอคิวนานแค่ไหน และประชาชนจะได้รับบริการที่มีมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ เพราะการมีรายชื่อผู้ติดตั้งจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทได้รับงานหรือมีศักยภาพรองรับงานจำนวนเท่ากัน
แบงก์รัฐ 3 แห่งร่วมหนุนสินเชื่อ
สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกจ่ายค่าติดตั้งเต็มจำนวน มีธนาคารของรัฐเข้าร่วมสนับสนุนสินเชื่อ 3 แห่ง ได้แก่
- ธนาคารออมสิน สนับสนุนสินเชื่อสำหรับค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบโซลาร์
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดทางเลือกสินเชื่อสำหรับผู้ต้องการติดตั้งระบบโซลาร์ตามเงื่อนไขของธนาคาร
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นอีกช่องทางสินเชื่อสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการที่ผ่านเกณฑ์
ข้อมูลที่เผยแพร่ ระบุ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 7 ปี และไม่ต้องมีหลักประกันตามเงื่อนไขสินเชื่อที่ประกาศ แต่การอนุมัติยังขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร ผู้สนใจจึงควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนตัดสินใจ
กลไกเงินสนับสนุน 50,000 บาท มีส่วนช่วยลดภาระต้นทุนติดตั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนทุกคนจะติดตั้งได้โดยไม่ต้องใช้เงินส่วนตัว เพราะค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับขนาดระบบและราคาติดตั้ง หากเลือกสินเชื่อก็ยังต้องพิจารณาค่างวดและความสามารถในการชำระหนี้ควบคู่กันไป




