เข้าสู่ช่วงนับถอยหลังโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่แห่งปีอย่าง ไทยช่วยไทย พลัส รูปแบบร่วมจ่าย (Co-pay 60/40) ที่เดินทางมาถึงเดือนสุดท้ายของโครงการ โดยรัฐบาลเปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า มีเม็ดเงินอัดฉีดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากพุ่งสูงถึง 138,379.3 ล้านบาท จากสิทธิประชาชนกว่า 26 ล้านราย และร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมอีกกว่า 1.19 ล้านร้านทั่วประเทศ
การเติมสภาพคล่องรอบนี้ถือเป็นน้ำโอสถรดโคนต้นไม้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า และ SME ในระดับชุมชนได้ลืมตาอ้าปาก แต่คำถามสำคัญที่ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนกำลังจับตาก็คือ หลังสิ้นสุดมาตรการสิ้นเดือนนี้ เศรษฐกิจไทยและร้านค้ารายย่อยจะไปทางไหนต่อ?
1. ยอดใช้จ่ายสะพัด 1.38 แสนล้าน เงินลงตรงถึงใครบ้าง?
โครงสร้างเม็ดเงิน 1.38 แสนล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ
· เงินสนับสนุนจากภาครัฐ (60%): ร่วมอุดหนุนลงไปแล้วกว่า 79,505 ล้านบาท โดยเน้นอุดหนุนการซื้อสินค้า/บริการผ่านร้านค้าทั่วไปในชุมชนเป็นหลักสูงถึง 7.6 หมื่นล้านบาท และผ่านแพลตฟอร์ม ฟู้ดเดลิเวอรี อีกราว 2.9 พันล้านบาท
· เงินร่วมจ่ายจากภาคประชาชน (40%): ควักกระเป๋าร่วมจ่ายสมทบอีกกว่า 58,874 ล้านบาท สะท้อนว่าโครงการนี้ช่วยดึงเงินออมและกำลังซื้อของประชาชนออกมาหมุนเวียนในตลาดได้จริง
2. สแกนความท้าทาย หลังจบโครงการ ตลาดจะซบเซาลงไหม
แม้วงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจะช่วยพยุงยอดขายของ SME ในช่วงที่ผ่านมา แต่ความท้าทายใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงไตรมาส 4
· ภาวะสุญญากาศ" ของกำลังซื้อ เมื่อมาตรการอุดหนุน 60% สิ้นสุดลง ประชาชนต้องกลับมาจ่ายราคาเต็ม 100% ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพสูง ซึ่งอาจทำให้การจับจ่ายชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
· โจทย์ใหญ่ของร้านค้ารายย่อย ร้านค้ากว่า 1.19 ล้านรายที่เคยพึ่งพาแรงหนุนจากโครงการ ต้องเร่งปรับกลยุทธ์ ทำโปรโมชัน หรือรักษาฐานลูกค้าดั้งเดิมไว้ให้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ยอดขายวูบลงกะทันหัน
3. สิ่งที่ประชาชนและร้านค้าต้องเตรียมรับมือ
· ประชาชนเร่งเช็กสิทธิค้าง รัฐบาลเตือนให้ผู้ได้รับสิทธิเร่งตรวจสอบวงเงินคงเหลือในแอปพลิเคชัน และวางแผนใช้จ่ายให้ครบก่อนหมดเขตในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพราะหากเลยกำหนด เงินส่วนที่เหลือจะถูกดึงกลับระบบทันที
· จับตามาตรการชุดใหม่ของรัฐ ภาคเอกชน (กกร.) และ ธปท. กำลังประเมินผลกระทบหลังจบโครงการ เพื่อเสนอมาตรการเสริมสภาพคล่องและแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เพื่อพยุงกำลังซื้อภาคประชาชนไม่ให้แผ่วลงในช่วงท้ายปี
โครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การเติมเงินลงสู่เศรษฐกิจฐานรากช่วยสร้างแรงหมุนเวียนได้มหาศาล แต่โจทย์ระยะยาวที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทย คือการทำให้ประชาชนและ SME สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพายาแรงจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลอ้างอิง
· สำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี
· กระทรวงการคลัง และ ธนาคารกรุงไทย
· คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)




