กพช. ลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาท เริ่ม ส.ค.นี้ ครอบคลุม 23 ล้านครัวเรือน พร้อมปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟ

15 ก.ค. 2569 - 15:00

  • ลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกเหลือไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เริ่มรอบบิลเดือนสิงหาคม 2569 แยกค่าไฟสาธารณะออกจากโครงสร้างค่าไฟบ้าน ลดภาระประชาชน

  • เปิดเสรีซื้อขายไฟฟ้าสะอาด (Direct PPA) ให้ทุกภาคอุตสาหกรรม กำหนดอัตราค่าไฟเฉพาะ Data Center ให้สะท้อนต้นทุนจริง ไม่ผลักภาระสู่ประชาชน

  • เร่งรื้อสัญญารับซื้อไฟฟ้าแบบต่ออายุอัตโนมัติ พร้อมเดินหน้าโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์

กพช. ลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาท เริ่ม ส.ค.นี้ ครอบคลุม 23 ล้านครัวเรือน พร้อมปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟ

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าครั้งใหญ่ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการวางระบบรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและตลาดไฟฟ้าที่มีการแข่งขันมากขึ้น

ลดค่าไฟ 200 หน่วยแรก เหลือไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย

มาตรการสำคัญคือ การปรับอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัย โดยกำหนดให้การใช้ไฟฟ้า 1-200 หน่วยแรก มีอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ขณะที่การใช้ไฟตั้งแต่ 201 หน่วยขึ้นไปยังใช้อัตราเดิม
มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมประชาชนกว่า 23 ล้านครัวเรือน รวมถึงบ้านเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านที่ไม่มีทะเบียนบ้าน ซึ่งเดิมต้องเสียค่าไฟในอัตราสูงกว่าบ้านพักอาศัย โดยคาดว่าจะเริ่มมีผลใน รอบบิลเดือนสิงหาคม 2569 หลังผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
เอกนัฏ กล่าวว่า การลดค่าไฟครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) ตามรอบ แต่เป็นการปรับโครงสร้างค่าไฟฐานใหม่ทั้งระบบ

“เราไม่ได้แค่ลดค่า FT แต่เป็นการรื้อโครงสร้างค่าไฟฐาน โดยแยกค่าไฟสาธารณะออกจากค่าไฟของประชาชน และนำส่วนต่างกลับมาลดค่าไฟให้ผู้ใช้ไฟบ้าน”

แยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน

กพช.ยังเห็นชอบให้ แยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ไฟถนน ออกจากอัตราค่าไฟของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป และกำหนดเป็นอัตราเฉพาะ พร้อมมอบหมายให้ กกพ.ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อจัดหาแหล่งรายได้ใหม่ เช่น ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่ม Data Center ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) เงินจากการปรับลดอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ Adder โครงการโซลาร์ชุมชน เพื่อนำรายได้กลับมาช่วยลดภาระค่าไฟของประชาชนในระยะยาว

เปิดเสรี Direct PPA ให้ทุกอุตสาหกรรมซื้อไฟสะอาดได้

ที่ประชุมยังเห็นชอบ ปลดล็อกตลาดซื้อขายไฟฟ้าสะอาด (Direct PPA) จากเดิมที่จำกัดเฉพาะกลุ่ม Data Center และวงเงิน 2,000 เมกะวัตต์ โดยมาตรการใหม่เปิดให้ภาคอุตสาหกรรมทุกประเภทที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด สามารถซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตโดยตรงผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Third Party Access: TPA)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า แนวทางดังกล่าวจะเปลี่ยนบทบาทของการไฟฟ้าให้เป็นผู้ดูแลระบบโครงข่าย ขณะที่การซื้อขายไฟฟ้าจะดำเนินไปตามกลไกการแข่งขันเสรี เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกซื้อไฟจากผู้ผลิตที่มีต้นทุนต่ำที่สุด

Data Center จ่ายค่าไฟตามต้นทุนจริง

จากการลงทุน Data Center ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กพช.เห็นชอบให้ กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับ Data Center เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ทั้งต้นทุนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และการลงทุนขยายระบบโครงข่ายไฟฟ้า หลักการสำคัญคือ ไม่ให้ต้นทุนของผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ถูกผลักภาระมายังผู้ใช้ไฟบ้าน
นอกจากนี้ Data Center รายใหญ่จะต้องวางหลักประกัน (Bond) ก่อนภาครัฐลงทุนขยายโครงข่ายรองรับ รวมถึงจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากเป็นกิจการที่ใช้น้ำปริมาณมากในระบบหล่อเย็น
รื้อสัญญารับซื้อไฟฟ้าแพง ลดภาระระยะยาว

กพช.ยังเห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา สัญญารับซื้อไฟฟ้าแบบต่ออายุอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า “สัญญาชั่วนิรันดร์” มาตรการสำคัญประกอบด้วย

·     กำหนดวันสิ้นสุดสัญญา SPP และ VSPP ประเภท Non-Firm ที่ต่ออายุอัตโนมัติ

·     ปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนปัจจุบัน เช่น โซลาร์เหลือประมาณ 2.1579 บาทต่อหน่วย จากเดิมบางโครงการได้รับอัตรา Adder สูงถึง 6.50-10 บาทต่อหน่วย

·     มอบหมายให้การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งเจรจาแก้ไขสัญญากับผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ ยังเตรียมบริหารจัดการกำลังผลิตสำรองและค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment: AP) ที่มีอยู่เกินความจำเป็น โดยนำไฟฟ้าส่วนเกินไปจำหน่ายให้ผู้ใช้ไฟรายใหญ่ เพื่อนำรายได้กลับมาลดค่าไฟให้ประชาชน

เดินหน้าโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์

กพช.ยังเห็นชอบเดินหน้าโครงการ โซลาร์ฟาร์มชุมชน เป้าหมายรวม 1,500 เมกะวัตต์ กำหนดขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อโครงการ ภายใต้หลักการ 1 ตำบล 1 โครงการ เพื่อกระจายโอกาสสู่ทุกพื้นที่

โครงการจะใช้อัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ Feed-in Tariff (FiT) 2.1679 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 25 ปี พร้อมปรับหลักเกณฑ์คัดเลือกจากระบบ “ยื่นก่อน ได้ก่อน” มาเป็นการแข่งขันด้านคุณภาพ (Competitive Scoring) และจำกัดสิทธิผู้พัฒนาแต่ละรายไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ เพื่อป้องกันการกระจุกตัวของโครงการ

รมว.กระทรวงพลังงาน ย้ำว่า การปฏิรูปครั้งนี้เป็นการปรับโครงสร้างระบบไฟฟ้าทั้งระบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากค่าไฟที่เป็นธรรมมากขึ้น พร้อมผลักดันการแข่งขันในตลาดไฟฟ้าสะอาด และรองรับการลงทุนใหม่โดยไม่เพิ่มภาระให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์