กำไรจริงโรงกลั่น ‘เหลือไม่ถึงบาท’ แม้เป็นธุรกิจต้นน้ำที่ลงทุนสูงสุด

30 เม.ย. 2569 - 16:13

  • โรงกลั่นไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน

  • กำไรจริงเหลือเพียง ‘ไม่กี่สิบสตางค์ต่อลิตร’

  • ต้นทุนพุ่ง-นโยบายรัฐกดราคา กระทบสภาพคล่อง

กำไรจริงโรงกลั่น ‘เหลือไม่ถึงบาท’ แม้เป็นธุรกิจต้นน้ำที่ลงทุนสูงสุด

ในภาพรวมของอุตสาหกรรมน้ำมัน ‘โรงกลั่น’ มักถูกมองว่าเป็นธุรกิจที่กำไรดีจากราคาพลังงานที่ผันผวน โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าการกลั่น (GRM) ปรับตัวสูงขึ้น แต่เมื่อเจาะลึกลงไปในโครงสร้างต้นทุนและรายได้ กลับพบว่าความเป็นจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้นทั้งหมด

ประเด็นสำคัญที่กำลังถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ‘กำไรสุทธิจากการกลั่นจริง’ ที่เหลือเพียงไม่กี่สตางค์ต่อลิตร แม้ในช่วงที่ถือว่าเป็นจังหวะ ‘ขาขึ้น’ ของธุรกิจก็ตาม

การสร้างโรงกลั่น 1 แห่ง ต้องใช้เงินลงทุนระดับ หลายหมื่นถึงหลายแสนล้านบาท และใช้เวลาก่อสร้างมากกว่า 5 ปี ระยะเวลาคืนทุน 10 ปี และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โรงกลั่นในประเทศลงทุนรวมกันมากกว่า 110,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รองรับการใช้น้ำมันดิบจากแหล่งที่หลากหลาย และสามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังต่อเนื่อง แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับไม่สะท้อนเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่ดังกล่าวอย่างชัดเจน

อีกปัจจัยสำคัญที่บิดเบือนภาพกำไร คือ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ Crude War Premium ในช่วงเดือนเมษายนที่พุ่งสูง จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตลาดโลก ขณะที่ตัวเลข GRM ซึ่งมักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดหลัก ไม่ได้รวมต้นทุนเหล่านี้อย่างครบถ้วน ทำให้ภาพกำไรที่ปรากฏดูสูงกว่าความเป็นจริง

โรงกลั่น-ppt.jpg

นอกจากนี้ โรงกลั่นในไทยยังต้องเผชิญแรงกดดันเชิงนโยบาย ทั้งการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่น และภาระการสำรองจ่ายเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเปรียบเสมือนการดึงสภาพคล่องออกจากระบบโดยตรง เมื่อรวมกับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง (hedging loss) ในบางช่วง ทำให้ส่วนต่างกำไรแทบไม่เหลือ

ในอีกด้านหนึ่ง โรงกลั่นไทยยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยจัดหาน้ำมันดิบในราคาสูง เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน แม้ในช่วงที่โรงกลั่นบางแห่งทั่วโลกเลือกที่จะลดกำลังการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุน

เมื่อรวมทุกปัจจัยเข้าด้วยกัน ภาพของธุรกิจโรงกลั่นจึงไม่ได้เป็น ‘ผู้ได้ประโยชน์เต็มที่’ จากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างที่เข้าใจกัน หากแต่เป็นธุรกิจที่อยู่ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่พุ่งสูง นโยบายภาครัฐ และความผันผวนของตลาดโลก

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ‘โรงกลั่นกำไรเท่าไร’ แต่คือ ‘โครงสร้างกำไรดังกล่าวสะท้อนความเป็นจริงหรือไม่’ และในระยะยาว ประเทศจะรักษาสมดุลระหว่างการดูแลผู้บริโภค กับการคงความสามารถของผู้ผลิตต้นน้ำอย่างโรงกลั่นให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างไร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์