ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ว่าท่ามกลางความกังวลของประชาชนต่อราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนและส่งผลต่อค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน ภาครัฐได้เร่งบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลประชาชนและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน โดยเป้าหมายสำคัญคือการดูแลค่าครองชีพและสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในช่วงสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
การประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือของหน่วยงานเศรษฐกิจหลักของประเทศ ที่ตระหนักตรงกันว่าความผันผวนของราคาน้ำมันไม่ได้กระทบเฉพาะภาคพลังงาน แต่เชื่อมโยงไปถึงค่าเดินทาง ค่าอาหาร ต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน เพื่อไม่ให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผ่านไปเป็นภาระของประชาชนในวงกว้าง โดยกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลัง จึงได้หาแนวทางร่วมกันอย่างรอบด้านเพื่อป้องกันผลกระทบดังกล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ทั้ง 3 หน่วยงาน (พาณิชย์-พลังงาน-คลัง) ได้มีแนวทางการกำกับดูแลทั้งระบบ โดยให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย ควบคู่กับการดูแลภาคธุรกิจและผู้ประกอบการที่ต้องเผชิญต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น เพื่อไม่ให้แรงกดดันด้านต้นทุนส่งต่อไปยังราคาสินค้าและกระทบผู้บริโภคในระยะต่อไป

โดยที่ประชุมได้ร่วมกันติดตามโครงสร้างต้นทุนราคาน้ำมันทั้งระบบ ตั้งแต่กระบวนการกลั่น การขนส่ง จนถึงสถานีบริการ เพื่อให้ราคาจำหน่ายสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง มีความโปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมพิจารณากำหนดกรอบค่าการกลั่นในลักษณะช่วงอัตราสูง–ต่ำ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจและการคุ้มครองประชาชนผู้ใช้น้ำมัน
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สำรวจแหล่งพลังงานเพิ่มเติม เพิ่มทางเลือกด้านการจัดหา และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก ขณะเดียวกัน ทั้งสามหน่วยงานจะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล หากพบการกักตุนหรือพฤติกรรมเอาเปรียบประชาชน จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำเติมความเดือดร้อนของสังคม
พร้อมกันนี้ ภาครัฐยังเตรียมมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม ทั้งประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการขนส่ง เกษตรกร ภาคประมง และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เพื่อประคองทั้งเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เดินหน้าต่อไปได้
“การทำงานร่วมกันของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลังในครั้งนี้ เป็นการดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันผลกระทบ ลดภาระก่อนจะถึงมือประชาชน และสร้างความมั่นใจว่าภาครัฐกำลังร่วมกันดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกภาคส่วนผ่านช่วงความผันผวนของราคาพลังงานโลกไปได้อย่างมั่นคงร่วมกัน”




