ราคาน้ำมันถือเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของระบบเศรษฐกิจ เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งการเดินทาง การขนส่งสินค้า และกระบวนการผลิต เมื่อราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ใช้รถยนต์หรือผู้ประกอบการขนส่ง แต่ยังสามารถส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการที่ประชาชนต้องจ่ายในชีวิตประจำวัน
สิ่งที่น่ากังวล คือ ภาระจากราคาน้ำมันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวที่สถานีบริการน้ำมัน แต่ยังอาจสะสมอยู่ในต้นทุนของธุรกิจหลายประเภท ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ร้านค้าปลีก ไปจนถึงร้านอาหาร ซึ่งท้ายที่สุดอาจส่งผลให้ผู้บริโภคต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น แม้ไม่ได้ใช้น้ำมันโดยตรงก็ตาม
ต้นทุนพลังงานที่ซ่อนอยู่ในค่าใช้จ่ายประจำวัน
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 21,217 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 326 บาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยค่าใช้จ่ายด้านพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสารอยู่ที่ 4,895 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 228 บาท คิดเป็นสัดส่วน 23.07% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าค่าเดินทางเป็นภาระสำคัญของครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่ต้องเดินทางเป็นประจำ ไม่ว่าจะใช้รถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือระบบขนส่งสาธารณะ เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็มีโอกาสเพิ่มตาม และทำให้เงินที่เหลือสำหรับการใช้จ่ายด้านอื่นลดลง
น้ำมันแพง ต้นทุนขนส่งสะเทือนราคาอาหาร
อีกหนึ่งช่องทางที่ราคาน้ำมันส่งผลต่อประชาชน คือ ต้นทุนการขนส่งสินค้า เนื่องจากสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งจากแหล่งผลิตไปยังตลาดและร้านค้าปลีก หากราคาน้ำมันสูงขึ้น ผู้ประกอบการขนส่งย่อมเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และอาจส่งผ่านภาระบางส่วนไปยังราคาสินค้า
โดยเฉพาะสินค้าอาหารสดและอาหารสำเร็จรูปที่ต้องอาศัยการขนส่งอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้ผลิตและร้านอาหารยังต้องรับมือกับต้นทุนวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่น ๆ
ข้อมูล สนค. พบว่า ค่าใช้จ่ายอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ของครัวเรือนเฉลี่ยอยู่ที่ 8,342 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 118 บาทจากปีก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายอาหารสำเร็จรูปอยู่ที่ 3,528 บาท เพิ่มขึ้น 93 บาท สะท้อนว่าค่าอาหารยังเป็นหนึ่งในภาระสำคัญของครัวเรือนไทย
แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มโจทย์ให้ครัวเรือน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุในรายงานภาวะเศรษฐกิจเดือนกันยายน 2569 ว่า ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณชะลอตัว สะท้อนความระมัดระวังในการใช้จ่ายของประชาชนท่ามกลางภาระค่าครองชีพ
สถานการณ์นี้ทำให้ครัวเรือนต้องบริหารเงินอย่างรอบคอบมากขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายบางประเภทไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าสาธารณูปโภค เมื่อรายจ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้น ประชาชนก็อาจต้องลดการซื้อสินค้าอื่น ๆ หรือชะลอการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป
โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่น้ำมันขึ้น แต่คือรายได้ตามทันหรือไม่
แม้ราคาน้ำมันจะมีโอกาสปรับลดลงตามสถานการณ์ตลาดโลก แต่ราคาสินค้าและบริการไม่ได้ปรับลดลงตามทันทีเสมอไป เนื่องจากผู้ประกอบการยังมีต้นทุนสะสมและภาระค่าใช้จ่ายด้านอื่นที่ต้องบริหารจัดการ
สิ่งที่ต้องติดตามจึงไม่ใช่เพียงทิศทางราคาน้ำมันหน้าปั๊ม แต่รวมถึงการส่งผ่านต้นทุนไปยังสินค้าและบริการ ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการและกำลังซื้อของประชาชน
เพราะหากต้นทุนพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่รายได้ของครัวเรือนไม่สามารถเติบโตได้ทัน ภาระค่าครองชีพก็อาจกลายเป็นแรงกดดันที่ยืดเยื้อ และทำให้ประชาชนมีเงินเหลือสำหรับการออมและการใช้จ่ายอื่น ๆ น้อยลง
แหล่งอ้างอิง
· สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า
· ธนาคารแห่งประเทศไทย
· สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน




